ู่ในอากาศ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เห็นร่องรอยของมันแล้ว
มู่อวิ๋นจื่อมัวแต่ตะลึงงัน แม้เขาจะบูชาเทพเจ้ามานาน แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นร่างอวตารของเทพกับตาตนเอง แต่ยังไม่ทันได้กล่าวแสดงความเคารพ ก็ได้ยินเสียงดังกังวานจากเบื้องบน
“ที่แท้ก็เป็นเด็กน้อยนี่เอง…”
เสียงนั้นดังก้องไปทั่ว ดั่งเสียงฟ้าคำรนสะท้านฟ้าดิน
เด็กหญิงหดคอลง สีหน้าฉายแววหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ที่แท้ก็เป็นผู้ใหญ่นี่เอง……”
นางกล่าวเสียงแผ่ว ทว่าชัดถ้อยชัดคำ
“กล้าไม่เบานี่…”
“กล้าไม่เบานี่…”
“เหตุใดเจ้าจึงพูดตามข้า”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!”
“เจ้าเรียกข้ามาหรือ”
“ไม่ใช่ข้า!”
“แล้วปีศาจอยู่ไหน”
“ข้าเผามันไปแล้ว!”
“แล้วนักพรตซ่งเล่า”
“อยู่ที่บ้านในเมืองฉางจิงน่ะ!”
“แล้วบนยอดเขานั่นใครเล่า”
“ยอดเขา?”
ครืน!
ท้องนภาพลันสว่างไสวขึ้นในพริบตา
โจวเหลยกงก็หายวับไปทันที
“หือ”
แม่นางสามสีเบิกตากว้างด้วยความงุนงง หันมองซ้ายขวา ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร แล้วเหตุใดจึงจากไปกะทันหันเช่นนั้น ได้แต่มองตามทิศที่เขาเหลียวมองเมื่อครู่ ทว่ามันกลับไกลเสียจนมองไม่เห็นสิ่งใด สุดท้ายทำได้เพียงหันกลับมาถอนหายใจ
“ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย…”
เด็กหญิงพึมพำเบาๆ
จนถึงตอนนั้นเอง มู่อวิ๋นจื่อกับศิษย์ทั้งสองก็รีบวิ่งเข้ามา พอเห็นกองถ่านดำที่พื้นก็ก้มมองแล้วหันมาสบตาเด็กหญิงอีกครั้ง สีหน้ายิ่งฉายแววนอบน้อม
“ยินดีกับสหายบำเพ็ญน้อ