“ท่านนี้เป็นนักพรตมากผีมือที่ชาวบ้านระดุมทุนกันเชิญมาจากอารามชิงเซียวในอำเภอตงเหอ นามว่านักพรตมู่อวิ๋นจื่อ ไม่ทราบว่าวันนี้ทางการก็เชิญผู้มากวิชามาด้วย…”
“นักพรตมู่อวิ๋นจื่อ”
แม่นางสามสีถึงกับหันไปมองทันที
คนตรงหน้าเป็นนักพรตสูงวัยรูปร่างผอมบาง ไว้หนวดเครายาวเฟิ้ม ใส่ชุดคลุมหยินหยางลายแปดทิศใหม่เอี่ยม ข้างกายมีศิษย์วัยเยาว์สวมชุดคลุมแบบเดียวกันคอยถือสัมภาระ มีดาบไม้ท้อแกะสลักลวดลายวิจิตรโผล่ออกมาจากย่าม ราวกับว่ามันกำลังชำเลืองมองนาง
แม่นางสามสีจึงระมัดระวังตัวขึ้นทันที
ไม่แปลกใจนัก เพราะตั้งแต่ติดตามซ่งโหยวมา นักพรตที่เคยพบล้วนไม่ธรรมดา ยิ่งเห็นฝีมือซ่งโหยว ก็ทำให้นางมองนักพรตส่วนมากเก่งกาจ
“ข้านักพรตมู่อวิ๋นจื่อจากอารามชิงเซียว อำเภอตงเหอ ไม่ทราบว่าสหายบำเพ็ญน้อยฝึกวิชาอยู่ที่ใด และมีวิชาอะไรบ้าง”
“ข้าคือแม่นางสามสี” แม้นในใจจะคิดหลายเรื่อง แต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉย นางจ้องอีกฝ่ายตาเขม็ง “ข้าเป็นศิษย์ของนักพรตจากอารามบนเขาหยินหยาง อำเภอหลิงเฉวียน แคว้นอี้โจว กำลังฝึกฝนวิชาอาคม”
“สหายบำเพ็ญยังเด็กนัก…”
“ข้าคือศิษย์น้อยต่างหาก”
“อ้อ…”
มู่อวิ๋นจื่อชำเลืองมองเด็กหญิงตัวน้อย ไม่กล้าสบประมาทแม้แต่น้อย
แม้ในเมืองหลวงจะเต็มไปด้วยพวกต้มตุ๋น กลลวงล้ำเลิศ บางครั้งแม้ข้าราชการชั้นสูงก็อาจตกหลุม แต่เด็กหญิงตัวเล็กๆ เช่นนางจะกล้าใช้วิชาอาคมหลอกเอาเงินหรือ
ยิ่งเห็นรูปโฉมอันงดงามไร้ตำหนิของนางแล้ว