แม่นางสามสีคงต้องการข้าเช่นเดียวกับที่ข้าต้องการแม่นางสามสี”
“เป็นเช่นนั้นเอง…”
เงาข้างเตาไฟเอ่ยขึ้น จากนั้นก็ดูเหมือนจะจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
ดูเหมือนนางจะลำบากใจไม่น้อยเลย ความเงียบงันดำเนินต่อไปนานพอสมควร ผ่านไปสักพักใหญ่จึงได้ยินเสียงนางอีกครั้ง
“อย่าเศร้าเลยนักพรต แม่นางสามสีก็อยากให้นักพรตไปด้วย ข้าก็ชอบเจ้าเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ให้เจ้าไปด้วยคงไม่สะดวก เพราะพวกเราเก็บเงินไว้ที่บ้าน ล้วนเป็นเงินที่แม่นางสามสีตั้งใจหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง จะต้องเอาไปจ่ายค่าเช่าบ้าน จะให้ผู้อื่นขโมยไปไม่ได้ นักพรตเจ้าอยู่เฝ้าบ้านเถอะ…”
จริงๆ แล้วที่นางเงียบไปเมื่อครู่นั้นไม่ใช่เพราะกำลังครุ่นคิด แต่กำลังรื้อฟื้นความทรงจำต่างหาก
“แค่กๆ…”
เสียงไอดังขึ้นในห้อง
แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของแมวน้อยหรือนักพรต ทั้งสองหันไปพร้อมกัน ตามเสียงมองไป จึงพบว่ามาจากห้องข้างๆ
เสียงไอนั้นถี่ขึ้นแต่กลับเบาลง เหมือนพยายามกลั้นเสียงหัวเราะแต่ไม่สำเร็จ
“ก็ได้”
ซ่งโหยวจึงไม่พูดอะไรต่อแล้ว แม่นางสามสีเช็ดโต๊ะเสร็จตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ พร้อมกับถามรายละเอียดจากจอมยุทธ์หญิงอู๋มาแล้ว
แม่นางสามสีละเอียดรอบคอบยิ่งนัก
จอมยุทธ์รับงานขับไล่ภูตผีปีศาจ หากล้มเหลวแล้วก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้ หมอผีใช้วิธีพื้นบ้าน ถึงไม่สำเร็จก็ถอยร่นกลับไปได้ในสภาพเดิม บัดนี้แม่นางสามสีมีหมาป่านับร้อย เสือร้าย และเทพแห่งขุนเขาเป็นบริวาร แม้ไม่ได้มีกองทัพนับหมื่นนั