บแสนในกำมือเหมือนแม่ทัพเฉิน แต่ก็นับว่าเป็นแม่ทัพตัวน้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นางเองก็ชำนาญอาคมธาตุไฟ ทั้งยังมีสัญชาตญาณว่องไวกว่ามนุษย์ เรียกได้ว่ามากกว่าจอมยุทธ์เสียอีก ก่อนหน้านี้ตอนที่ติดตามนักพรตไปทางเหนือ ก็มักช่วยนักพรตปราบปีศาจ เผชิญหน้ากับอมนุษย์มามากแล้ว ดังนั้นความมั่นใจนั้นย่อมไม่ได้เกิดจากความโง่เขลา แต่เป็นผลจากการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
แม้แมวน้อยจะมีความคิดไม่ซับซ้อนเท่าผู้ใหญ่ แต่นางดำรงชีพตามลำพังในป่าตั้งแต่ยังเยาว์วัย ล้วนมีความระแวดระวังตัวและความสามารถในการเอาตัวรอดมากกว่านักพรต ยามออกเดินทางทั่วหล้าแล้วต้องพักแรมกลางแจ้ง ก็เป็นนางที่คอยเตือนนักพรตให้ระวังตัวเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายหรือความผิดปกติ
“ข้าจะไม่เตือนแม่นางสามสีให้ระวังตัวแล้ว และไม่มีอะไรจะสั่งเสียแม่นางสามสีมากกว่านี้ด้วย เจ้าวางใจเถิด ข้าจะอยู่เฝ้าบ้านเอง เจ้าก็รีบไปรีบมาเล่า”
“รู้แล้วน่า!”
“แม่นางสามสีพักผ่อนเถิด”
“ถ้านักพรตคิดถึงแม่นางสามสี พรุ่งนี้ก็ไปเช่าแมวมาเลี้ยงสักสองวันก็ได้นะ”
“ตลกแล้ว ที่ไหนเล่าจะให้เช่าแมว”
“นางแอบฟังพวกเราคุยกันตลอดเลย”
“ฝาบ้านบางถึงเพียงนี้ ห้ามไม่ได้หรอก”
“นั่นสิ…”
เงาดำเล็กๆ ข้างเตาถ่านลุกขึ้นเหยียดตัวสะบัดขน จากนั้นก็กระโดดขึ้นมาบนเตียง
“คืนนี้แม่นางสามสีนอนกอดขาเจ้าได้ไหม ไม่สิ แม่นางสามสีไม่น่าบอกเจ้าเลย…”
“…”
เช้าวันรุ่งขึ้น
เพราะว่าครั้งนี้แม่นางสามสีรับงานล่าค่าหั