กวิชาจากอารามชิงเซียวในอำเภอตงซึ่งห่างออกไปหลายสิบลี้มา ท่านผู้นั้นเพิ่งมาถึงได้ไม่นานก็ได้ยินว่าทางการยังเชิญผู้มากวิชามาอีกคน ครั้งนี้หัวหน้ามือปราบมาพร้อมมือปราบหนุ่มและเช่ารถม้ามาส่งท่านผู้นั้นโดยเฉพาะ ดูแล้วคงมีวิชาสูงส่ง รู้สึกมีความหวังว่าจะจัดการกับผีดิบนั่นได้ ถายในใจก็เบิกบานยิ่งนัก
หากยังกำจัดไม่ได้อีก แม้ภูเขาท้อเป็นสิบลี้นี้จะเป็นทำเลทอง ก็จำต้องย้ายออกอย่างช่วยไม่ได้
รถม้าหยุดลงในที่สุด นกนางแอ่นตัวหนึ่งก็บินร่อนลงมาจากหลังคา
แต่พอหัวหน้ามือปราบเปิดผ้าม่าน เชิญผู้รู้ลงรถม้า กลับพบว่าเป็นเด็กหญิงอายุน้อย ไม่น่าจะถึงสิบขวบด้วยซ้ำ นางสวมเสื้อผ้าสามสี มัดผมเป็นมวยสองข้าง ใบหน้างดงาม ผิวพรรณขาวสะอาดดูไม่เหมือนมนุษย์ ดวงตาทั้งสองข้างก็กลมโตและสุกใส แต่เด็กวัยเพียงเท่านี้จะเป็นผู้มากวิชาได้อย่างไร
เห็นแต่เด็กหญิงเล็กๆ ลงรถแล้วก็ยืนอยู่กับที่ มือเล็กๆ ห้อยลงกำหมัด เบ้ใบหน้าเล็กๆ ดวงตาหมุนไปมาดูรอบๆ เป็นครั้งคราวก็สอดส่ายไปบนชาวบ้าน ดูเหมือนกำลังรออะไรอยู่
ชาวบ้านต่างมองหน้ากัน
“มัวตะลึงอะไรกัน นี่คือผู้มากวิชาที่ศาลากลางเชิญมา มีนามว่าแม่นางสามสี อาจารย์ของนางก็เป็นคนปราบผีสาวหอโคมเขียวบนเขาดอกท้อเมื่อหลายปีก่อน” หัวหน้ามือปราบเลิกคิ้วขึ้น “ยังไม่รีบมาคารวะแม่นางสามสีอีก”
“โอ้ โอ้! คารวะแม่นางสามสี!”
“คารวะแม่นางสามสี…”
ชาวบ้านต่างกล่าวทักทายกันเสียงดังระงม
แม่นางสามสียังคงยื