ว้าง จอมยุทธ์หญิงอู๋โผล่ร่างออกมาเพียงครึ่งเดียว พร้อมกับมองเขาด้วยรอยยิ้มเจื่อน
ดูเหมือนว่านักพรตจะมองไม่เห็น เอาแต่เดินฉับๆ ออกนอกเมืองไปพร้อมไม้เท้า
การเดินทางจากฉางจิงไปภูเขาดอกท้อนั้นใช้เวลาประมาณครึ่งวัน
ซ่งโหยวแม้จะเคยมา แต่ภาพจำนั้นกลับไม่ชัดเจน แทบลืมเส้นทางไปแล้ว โชคดีที่มีนกนางแอ่นบินอยู่บนฟ้า ผลุบโผล่อยู่ในม่านเมฆคอยชี้ทางให้นักพรต แล้วก็พุ่งกลับไปเข้าไปในเมฆ อีกทั้งแม่นางสามสียังพกป้ายห้อยคอเล็กๆ ติดตัว ซ่งโหยวย่อมรับรู้ตำแหน่งของนาง จึงไม่หลงทาง
รถม้ามาถึงหมู่บ้านดอกท้อในช่วงบ่าย
ยามนี้ต้นท้อในหมู่บ้านดอกท้อล้วนเหี่ยวเฉา เดิมทีที่แห่งนี้เป็นหมู่บ้านใหญ่ มีผู้คนอาศัยมากมาย แต่บัดนี้คนส่วนใหญ่กลับย้ายหนีไปเพราะมีผีดิบออกก่อกวน บางคนหนีไปอาศัยบ้านญาติ บางคนหนีเข้าเมือง มีเพียงคนที่ไม่มีญาติมิตร ไม่มีทรัพย์สิน หรือเดินไม่ไหวเท่านั้นที่ต้องจำใจอยู่ในหมู่บ้าน ต้องคอยอธิษฐานไม่ให้สิ่งนั้นโผล่ออกมาทุกคืน ต้องกระวนกระวายว่าจะไปซุกหัวนอนที่ไหน ผีร้ายตนนั้นจึงจะหาไม่เจอ
ต้องอาศัยอยู่กับความหวาดกลัวเช่นนี้เรื่อยไป
แต่การหลบซ่อนต่อไปนานๆ ก็ไม่ใช่ทางออก หมู่บ้านดอกท้อเป็นทำเลมั่งคั่ง มีป่าท้อทอดยาวนับสิบลี้ หากจะทิ้งที่นี่ไปอยู่ที่อื่นจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงความอาลัยอาวรณ์ต่อบ้านเกิดหรือเงินทองที่กอบโกยได้จากที่นี่เลย
ชาวบ้านมักรวมตัวกันปรึกษาหาทางออก
วันนี้ก็ได้รวบรวมเงินกัน เชิญผู้มา