่านสะดวกตอน…”
“ตอนนี้ก็ได้”
นักพรตตอบ
ในขณะเดียวกันเด็กหญิงตัวน้อยก็เลื่อนตัวไปข้างหน้า จึงลื่นลงจากม้านั่งมาสู่พื้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงจ้องมองขุนนางต่อไป
“ขอเชิญ…”
“ข้าชื่อแม่นางสามสี”
“แม่นางสามสี…”
ขุนนางคิดพิจารณาถึงชื่อ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ขอเชิญแม่นางสามสีขึ้นรถม้า หัวหน้ามือปราบจะพาแม่นางสามสีไปส่ง ส่วนสถานการณ์ที่ภูเขาดอกท้อนั้น หัวหน้ามือปราบจะเล่าให้ฟังระหว่างทางเอง”
“ได้เลย”
เด็กหญิงตัวน้อยเดินตรงเข้าไปหารถม้า หันกลับมาล่ำลานักพรตแล้วเดินขึ้นรถม้าไป แต่ก็ไม่วายจะโผล่หน้าออกมามองเขาด้วยแววตาใส
นางไม่พูดอะไร เพียงจ้องหน้าเขาไม่วางตา
นักพรตก็ยืนส่งนางอยู่ที่หน้าประตู
ในขณะเดียวกันนกนางแอ่นก็บินลงมาจากหลังคาและร่อนตามรถม้าไป
“คุณชายกับแม่นางน้อยดูจะสนิทสนมกันมาก”
“ใช่แล้ว”
“แม่นางน้อยก็งดงามอย่างยิ่ง”
“แน่นอน”
ขุนนางจากศาลากลางยังยืนอยู่ข้างหลัง โดยสงวนท่าทีคารวะไว้เสมอ สีหน้ายิ้มแย้มเอิบอิ่ม ดูเหมือนยังมีเรื่องอยากพูด นักพรตก็คารวะเขาทั้งรอยยิ้มเช่นนั้น ก่อนจะหันไปหยิบไม้เท้าไผ่ข้างกายมา
“ใต้เท้า ข้าขอลาไปก่อน ศิษย์น้อยยังเยาว์วัย แม้ข้าจะมั่นใจในฝีมือของนาง แต่ถึงอย่างไรข้าก็ต้องแอบตามไปดู เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น”
“โอ้ๆ สมควรเป็นอย่างยิ่ง” ขุนนางก็รีบกล่าว “เช่นนั้นข้าก็ขอลาเช่นกัน”
“ขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ”
ซ่งโหยวหันกลับไปปิดประตูบ้าน
หน้าต่างชั้นบนของบ้านข้างๆ เปิดก