“แขกไปแล้วหรือ”
ร่างครึ่งหนึ่งของจอมยุทธ์หญิงผู้หนึ่งแอบโผล่ออกมาจากข้างประตู
ภายในห้อง นักพรตเพิ่งล้างชามเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องด้านหลัง ส่วนเด็กหญิงตัวเล็กถือผ้าเช็ดโต๊ะอยู่ นางรูปร่างเล็ก มือก็สั้น โต๊ะกลับกว้างมาก จึงต้องเอามือหนึ่งถือผ้า อีกมือยันขอบโต๊ะ ร่างเล็กเกือบจะทาบไปทั้งตัว ถึงจะเช็ดได้ทั่วถึง
ทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กเมื่อได้ยินเสียงต่างก็หยุดมือ หันมามองร่างครึ่งหนึ่งที่ปรากฏตรงประตู
ครานี้จอมยุทธ์หญิงจึงก้าวออกมาจากกำแพง
เด็กหญิงยังคงค้างท่าเกือบแนบโต๊ะ หันศีรษะมาจ้องเขม็งมาที่นาง สายตาลดต่ำลง เห็นว่าในมือนางไม่มีหนังสือ จึงค่อยถอนใจโล่งอก แต่ทันใดนั้นก็กลับแฝงด้วยความคาดหวัง รีบเอ่ยถามก่อนว่า
“มาขอให้อาจารย์สามสีชี้แนะหรือ”
“ไม่ใช่หรอก”
“เช่นนั้น… มีผู้คนมาขอให้แม่นางสามสีไปขับไล่ภูตผีแล้วหรือ!”
“เจ้านี่รู้ได้อย่างไร ข้าก็เพิ่งคิดจะมาบอกเจ้า พอเห็นพวกเจ้ากำลังรับแขกอยู่ ก็เลยกลับไปก่อน”
“!”
สีหน้าของเด็กหญิงพลันแข็งค้าง มือที่กำผ้าเช็ดแน่นขึ้น หันกลับมาจ้องตาไม่กะพริบ
ทว่าอีกฝ่ายกลับเลี่ยงสายตาจากนาง หันไปมองนักพรตแทน
“เมื่อครู่…นั่นคือใครหรือ”
“เฉินจื่ออี้”
“เฉินจื่ออี้ โอ้โห… เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็น ‘อู่อันโหว’ แม่ทัพผู้ไร้พ่ายแห่งประวัติศาสตร์เชียวนะ” จอมยุทธ์หญิงอู๋อุทาน พลางส่ายศีรษะ ถึงแม้จะเลิกทำงานสายข่าวให้กับองค์หญิงมานานแล้ว แต่สันดานเดิมก็ยากจะลบเลือนได้ “บ