ไม่ทันไรวันเวลาหลังกลับมาเยือนฉางจิงก็ผ่านเลยไปหลายวันแล้ว
ในช่วงเวลานั้น แม่นางสามสีก็เปลี่ยนหนังสือที่ใช้สอนศิษย์ข้างบ้านจาก ‘ร้อยแซ่’ มาเป็น ‘กลอนสำหรับเด็ก’ ขยายจากการเรียนรู้ตัวอักษรเดี่ยวๆ ไปเป็นการทำความเข้าใจกับประโยค การเลือกใช้คำ การแต่งประโยค และคำลงท้ายประโยค
แม่นางสามสีซ่อนตัวอยู่บนหลังคาหลายคืน จุดตะเกียงอ่านหนังสือจนดึกดื่น ดึงเอาความสงสัยไปถามนักพรตหลายต่อหลายครั้ง เพราะต้องการสอนกลอนให้ศิษย์ ในที่สุดก็ทำความเข้าใจกลอนทั้งหมดได้โดยไม่ต้องกลัวจะขายหน้าศิษย์แล้ว รักษาเกียรติและความเป็นอัจฉริยะของตนไว้ได้ พร้อมทั้งได้รับสายตาอันแฝงด้วยความประหลาดใจและชื่นชมจากศิษย์กลับมาด้วย
ขณะเดียวกัน การใช้ชีวิตในฉางจิงแต่ละวันก็ต้องเสียเงิน แม่นางสามสีจึงมีความคิดอยากจะหาเงิน คอยสอบถามศิษย์เป็นประจำว่ามีข่าวคราวอะไรบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ
ภายใต้การดูแลของเทพารักษ์ ทำให้กรุงฉางจิงสงบขึ้นมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน
เพียงแต่เทพารักษ์ดูแลได้เพียงภายในกำแพงเมือง
นอกกำแพงเมือง ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของเทพสายฟ้า
จอมมารทางเหนือที่กำราบยากสุดถูกซ่งโหยวปราบไป ส่วนจอมมารตนอื่นๆ ก็ถูกกวาดล้างโดยความร่วมมือของเทพสายฟ้าและวิมานสวรรค์ไปทีละตัว แม้บางตัวมีชีวิตอยู่ยาว ก็อยู่ได้ไม่เกินสิบปี
สถานที่ที่ปีศาจอาศัยอยู่ชุกชุมมากที่สุดคือเหอโจว แม้พลังจะไม่เท่าจอมมาร แต่มีจำนวนมากและหลายประเภท การจะ