ปราบทีละตัวย่อมต้องใช้เวลา แต่ก็ถูกนักพรตจัดการแล้ว
หลังจากนั้นนักพรตเดินทางผ่านหลายแคว้นทางเหนือ แม้จะไม่ได้เดินฝ่าทุกที่เหมือนในเหอโจว แต่หากพบหรือได้ยินข่าวก็จะลงมือเอง
ยิ่งกว่านั้นหลังจากซูอี้ฝานบรรลุวิชาแล้วก็ยังลุยเดี่ยวปรบปีศาจในกวงโจวจนสิ้น การเดินทางของนักพรตจึงช่วยแบ่งเบาภาระของเทพสายฟ้าและสวรรค์ไปไม่น้อย
ตอนนี้พวกเขาน่าจะวางมือจากเหนือได้บ้าง และเริ่มหันมาดูแลพื้นที่อื่นๆ ของต้าเยี่ยนแทน
ดังนั้นมารและภูตผีที่ก่อความวุ่นวายนอกเมืองจึงลดลงมาก
เพียงแต่ต้าเยี่ยนนั้นกว้างหลายหมื่นลี้ มารเหล่านี้ก็เปรียบเหมือนโรคในร่างกาย ควบคุมได้ แต่ไม่อาจกำจัดให้หมด
ผ่านไปไม่กี่วัน ฉางจิงก็กลับมาสดใสอีกครั้ง
วันเสียวเสวี่ยมีคนจากจวนอู่อันโหวมาส่งข่าวว่า ช่วงบ่ายอู่อันโหวจะมาเยี่ยม ถือว่าปฏิบัติตามธรรมเนียม
บ่ายวันนั้นแม่ทัพเฉินมาถึงตามนัด
เขายังคงมาพร้อมทหารคนสนิทไม่กี่นาย เมื่อถึงหน้าประตูแล้ว แม่ทัพเฉินก็ก้าวเข้ามา โดยให้บริวารทั้งหมดรออยู่ด้านนอก มีเพียงสองคนถือของส่งเข้าไป
“หวังว่าจะไม่รบกวนท่าน ข้าขอนำยาเส้นลูกกลมมามอบให้ท่าน เป็นของที่ฮ่องเต้พระราชทานให้” แม่ทัพเฉินกล่าวกับซ่งโหยว รับกล่องของขวัญจากมือหนึ่งของผู้ติดตามทางซ้าย
“ข้าไม่ถนัดดื่มชา จะดื่มเหล้าก็แยกรสไม่ออก จึงขอมอบของให้ท่านแทนการแสดงความเคารพ”
“เกรงใจท่านแล้ว” ซ่งโหยวไม่ถ่อมตน
จากนั้นแม่ทัพเฉินก็รับอีกโถเหล้ามาจากมือผู้ติ