ดตามอีกคน แล้วกล่าวกับซ่งโหยว “ข้ามาจากอำเภอจูอวี้ในอั๋งโจว เหล้าที่บ้านเกิดข้ามีชื่อเสียงมาก แต่หลังเข้ากองทัพ ได้ดื่มน้อยมาก ในค่ายทหารก็แทบไม่ดื่มเลย คนที่นั่นได้ข่าวว่าข้าจะกลับฉางจิงจึงส่งมาให้ข้า ข้าก็นำมาให้คุณชายด้วย”
“ข้าก็เตรียมอาหารไว้ให้ท่านแล้ว”
ซ่งโหยวเห็นเขานำเหล้ามา จึงรู้ทันทีว่าช่วงที่ผ่านมาเขาต้องทนอึดอัดมากเพียงใด อยู่ในฉางจิงแท้ๆ แต่จะคุยกับใครก็ไม่ได้จึงมาหาตน
ชนชั้นสูงมาเล่าเรื่องอึดอัดให้พระนักพรตฟัง เป็นเรื่องธรรมดาในต้าเยี่ยน ซ่งโหยวเองก็รู้จักและไว้ใจเขามากกว่าพระหรือนักพรตคนอื่น
แน่นอนว่าเมื่อซ่งโหยวเชิญเขานั่งที่โต๊ะ แม่ทัพเฉินก็เปิดเหล้าไปพลางกล่าว
“ผู้คนกล่าวว่าข้ากลับมาพร้อมชนะครั้งนี้ ได้รับชื่อมากมาย แต่ข้ารู้ว่าบัดนี้ในฉางจิงมีสายตาจำนวนมากจับจ้องมาที่ข้า นอกจากพวกใจเด็ดแล้ว ก็ไม่มีใครกล้ามาเยี่ยมข้า ข้าเองก็ไม่กล้าไปเยี่ยมใคร แม้แต่คนคุ้นเคยก็ไม่กล้าอยู่ยาว เกรงจะกลายเป็นหลักฐาน คิดแล้วคิดอีก ก็คงมีเพียงมาหาท่าน ถึงจะดูไม่น่าสงสัย”
“ท่านอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นนี้หรือ”
“ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็ไม่เท่าไร ตอนนี้สถานการณ์พิเศษ ฮ่องเต้ชราภาพ องค์หญิงถูกปลด การถ่วงกุลอำนาจยังไม่สงบ องค์ชายก็ยังเยาว์วัย แม้แต่ราชครูก็ไม่อยู่ในฉางจิง อวี๋เจี้ยนไป๋กลับมาช่วยงานราชการ ความเคลื่อนไหวของข้า ย่อมถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด”
เหล้าดีสีขุ่นมีกลิ่นข้าวแทรกขึ้นมาจางๆ
“ตอนน