ามครั้ง
“อืม…”
เจ้าแมวขยับริมฝีปาก ดูดซับรสเหล้าไปมา ก่อนใช้ลิ้นเลียรอบปากจนสะอาด แล้วจึงนั่งตัวตรงขึ้น จ้องมองไปยังนักพรต
“แม่นางสามสี เหตุใดจึงใช้เหล้าของข้ามาล้างเท้ากันเล่า”
“ไม่ใช่ล้างเท้า!”
“แล้วทำอะไร”
“แค่ลองชิมเหล้าที่พวกเจ้าดื่มเท่านั้น”
“นี่คือมือ”
“แต่แม่นางสามสีเดินบนพื้นมา”
“ก็แค่ติดฝุ่นนิดหน่อย”
“…”
“แม่นางสามสีอยากลองชิมเหล้าของเจ้า ว่ารสเหมือนกับเหล้าของแม่นางสามสีหรือเปล่า”
“ทำไมเล่า”
“ผู้หญิงข้างบ้านบอกว่า เหล้าที่นางดื่มขมและเผ็ดปาก ดื่มแล้วจะรู้สึกแสบคอ แต่เหล้าที่แม่นางสามสีดื่มกลับเหมือนน้ำเปล่า”
“อ๋อ…”
ต้นเหตุของเรื่องนี้มาจากจอมยุทธ์หญิงอู๋นั่นเอง
นักพรตส่ายหัว แล้วเดินไปเก็บถ้วยชาม พร้อมกับพูดกับแมวสามสีว่า
“แม่นางสามสีไม่รู้หรือ ก่อนแมวจะกลายเป็นภูตห้ามกินหวาน ก่อนนกจะกลายเป็นภูตก็ห้ามกินเผ็ด”
“เหมือนจะใช่…”
แมวทำสีหน้าคิดหนัก
“แม่นางสามสีไม่รู้หรือว่า ของที่มนุษย์กินแล้วอุ่นคือของร้อนสำหรับแมว”
“เหมือนจะใช่…” เจ้าแมวเบิกตากว้าง
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ปากของแมวจะเหมือนปากคนได้อย่างไร”
“ก็จริงนะ!” แมวทำสีหน้าเหมือนเข้าใจทันที
“ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางสามสีไม่ใช่แมวธรรมดา แต่เป็นแมวเทพ มีฤทธิ์เดชสูงส่ง”
“เช่นนั้นคงต่างกันมากเลย!”
“แม่นางสามสีตอบไวมาก ยินดีด้วย”
“แม่นางสามสีฉลาดมาก!”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
“แน่นอนอยู่แล้ว~”
“ข้าเป็นนักพรต ถือว่าเป็นนักบวช นักบวชย่อมไม่กล่า