งกำลังแข่งกันเรียนอยู่
เรียนไล่กันไปเรื่อยๆ
ในยามนั้นกลับเป็นนักพรตที่รับหน้าที่คล้ายศิษย์น้อยในอาราม คอยชงน้ำชา หยิบผลไม้แห้งที่นำไปปิ้งกับเตาไฟให้พวกนาง คอยเตือนให้กินเป็นระยะ
เขาเองก็พลิกตำรานิทานอ่านไปพลาง ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ไปพลาง ดูจะเป็นงานสบายๆ แต่มีกลิ่นอายสนุกสนานอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าไร จอมยุทธ์หญิงจึงลุกขึ้นยืน
“พอแล้วล่ะ ข้าจำได้หมดแล้ว”
“เจ้าจำได้หมดแล้ว~”
“ขอบคุณแม่นางสามสีที่ช่วยสอน”
“…”
แม่นางสามสีสูดลมหายใจลึก จ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่นาน กว่าความรู้สึกในใจจะสงบลงได้ จึงตอบว่า
“ไม่เป็นไร หากยังมีสิ่งใดไม่เข้าใจก็มาถามได้อีก!”
“เช่นนี้ก็ดี ข้าอ่านตำรา ‘ร้อยแซ่’ ใกล้จบแล้ว ข้าจะนำกลับไปทบทวนอีกหน เขียนซ้ำสักหลายครั้ง ก็คงไม่ผิดพลาด วันพรุ่งนี้จะมาเปลี่ยนเอาเล่มใหม่จากเจ้า”
“!”
ไม่เสียแรงที่เป็นผู้ใหญ่!
สมกับที่นักพรตเคยว่าไว้!
แม่นางสามสีพลันรู้สึกกดดันหนักขึ้นกว่าก่อนหน้า แอบก้มลงมองตำราของตนเงียบๆ …คงต้องจุดตะเกียงอ่านตอนกลางคืนเสียแล้วกระมัง
“เช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน”
“ไปเถิด”
จอมยุทธ์หญิงก้าวออกไป
แต่พอถึงหน้าประตู ก็เห็นธงเขียนว่า ‘เต๋า‘ และป้าย ‘ขจัดปีศาจ ปราบมาร กำจัดหนู ขจัดความกังวล’ ที่ถูกเก็บไปก่อนหน้านี้ กลับถูกนำมาห้อยขึ้นอีกครั้งไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด
นางหยุดยืน หันกลับมาถามนักพรตกับเด็กหญิงที่กำลังนั่งอ่านหนังสือข้างเตาไฟว่า
“นี่พวกเจ้า…กลับมาเปิดกิจการอ