คงไม่ได้กินเปล่าเสียกระมัง”
“เจ้าจำได้หรือไม่ ตอนที่เรากลับมาจากล่องเรือ ข้ามีลางสังหรณ์บางอย่าง”
“เจ้าจำได้ ข้าย่อมจำได้”
“ทายาทแห่งอารามฝูหลงลงจากเขาตอนนี้ เกรงว่าสิ่งที่ราชครูและพวกเราทำ…สุดท้ายอาจศูนย์เปล่า”
“แต่ราชครูก็มองออกแล้วมิใช่หรือ จึงคอยปรับเปลี่ยนแผน หาหนทางรับมืออยู่เสมอ” สาวใช้เอ่ยขึ้น “เราก็ควรเอาเยี่ยงราชครู หมั่นคิด หมั่นวางแผน บางทีอาจสำเร็จก็ได้”
หญิงสาวไม่ตอบ เพียงทอดถอนใจแผ่วเบาเสมือนสายลม
“เจ้ามิคิดบ้างหรือ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ ช่วงชีวิตที่เหลือของพวกเรา…มันยาวนานนัก”
“จริงสิ…แล้วจะใช้ชีวิตเช่นไรเล่า”
สาวใช้ยิ้มกริ่ม มองผู้เป็นนายไม่วางตา
“ซานซานเอ๋ย…”
“ข้าชื่ออีอี”
“ก็ได้…”
หญิงสาวนิ่งเงียบไปอีกครั้ง บัดนี้นางเพียงหันหน้าออกนอกหน้าต่าง
แม้ทายาทแห่งอารามฝูหลงจะเป็นตัวแปรสำคัญ ผู้ที่แม้แต่ราชครูยังไม่อาจหยั่งคาด ไม่อาจคำนวณ พลังฝีมือสูงล้ำจนบดขยี้กลยุทธ์ทั้งปวงให้ไร้ความหมาย แต่คำของสาวใช้ก็ใช่ว่าจะไม่มีมูล หากเพิ่มความพยายามอีกสักหน่อย อาจยังมีทางให้ก้าวไป
“ควบคุมมากเกินไปย่อมไม่ดี”
“เจ้าแปลกไปนะ”
“อย่าพูดจาเหลวไหล”
“ถ้าจิ้งจอกพูด ไม่เรียกว่าคำจิ้งจอกแล้วจะเรียกอะไร”
“เจ้าเป็นแค่หาง”
“แต่ข้าก็คือตัวเจ้าเช่นกัน”
“…”
ทันใดนั้นทั้งคู่พลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง คนหนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย อีกคนหรี่ตา มองออกไปด้านนอก สายตาเลื่อนต่ำลงราวจะทะลุไม้กระดานชั้นบน เ