ยามว่างช่างเหมาะแก่การหยิบตำราและกวีนิพนธ์บนหมอนขึ้นมาอ่าน ยามสายฝนโปรยปรายทิวทัศน์หน้าประตูก็ยิ่งงดงาม
อากาศยิ่งหนาวเย็นลงหลายส่วน นักพรตจุดเตาไฟขึ้นอีกครั้ง ยื่นมือออกไปรับความอบอุ่น ถูมือเข้าหากันพลางพ่นลมหายใจรดฝ่ามือ จากนั้นจึงหยิบหนังสือที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมา
ทันใดนั้นเอง เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งวิ่งเข้ามา นางหดคอหลบสายฝน มัดผมหนาดกเป็นมวยสองข้าง ศีรษะเต็มไปด้วยละอองฝนราวไข่มุกขาวนับไม่ถ้วน มือน้อยๆ พลันยื่นหมั่นโถวสองลูกในมือให้นักพรต พร้อมกับเผยสีหน้าเคร่งขรึม
“กินสิ!”
“ข้าให้แม่นางสามสีออกไปซื้ออาหารเช้าแทนอยู่เรื่อยเลย เช่นนี้คงไม่ดีนัก” นักพรตวางหนังสือลง รับหมั่นโถวมา แต่ก็เหลือบตามองศีรษะนาง “ยิ่งกว่านั้น ข้างนอกฝนยังตกอยู่ด้วย”
“ขอบคุณแม่นางสามสี”
“ขอบคุณแม่นางสามสี”
“ไม่เป็นไร”
เด็กหญิงนั่งลงข้างเขา ยกมือขึ้นตีหน้าผากเบาๆ เพียงไม่กี่ครั้งหยดน้ำก็สลัดหายไปหมด ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ก็แค่ฝนตกเท่านั้นเอง…”
“แม่นางสามสีไม่กินหรือ”
“เมื่อคืนแม่นางสามสีกินแล้ว แถมยังจับจักจั่นเตาได้สองตัว เอาไปป้อนนกนางแอ่นเรียบร้อย” เด็กหญิงว่าพลางลากเก้าอี้เล็กเข้ามาอีกตัว หยิบหนังสือแล้วนั่งลงอีกฟากของเตาไฟ ยื่นมือออกไปรับไออุ่น พลันหรี่ตาลงพร้อมกับผงกศีรษะอย่างพอใจ จากนั้นจึงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ ใบหน้าน้อยๆ แทบจะชิดกับหน้าหนังสือแล้ว มีเพียงเสียงอ่านเล็ดลอดออกมาเท่านั้น
“