นกนางแอ่นตัวนั้นประหลาดนัก กินแมลง แต่กลับไม่กินหนู”
“เช่นนั้นในสายตาแม่นางสามสี ข้ากับเจ้าม้าจะยิ่งไม่ดูแปลกหรือ”
“อืม…”
แม่นางสามสีส่ายหน้า
ผ่านไปนานเข้า นางก็เอ่ยปากขึ้นก่อน
“จริงสิ!”
“อะไรหรือ”
นักพรตยังคงกินหมั่นโถวทั้งที่เบนสายตาไปหานาง
เด็กหญิงวางหนังสือลง ทำหน้าตาราวกับนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้ ก่อนจะเอ่ยกับเขาอย่างจริงจัง
“หลายวันมานี้พวกเราซื้ออาหารข้างนอกทุกเช้า ใช้เงินไปมากแล้ว แต่พวกเรายังไม่ได้หาเงินเลย! เมื่อคืนนี้ตอนเจ้าหลับอยู่ แม่นางสามสีรื้อของเล่นในบ้าน แล้วไปเจอธงผืนหนึ่ง!”
“ธงอะไร”
“ที่แขวนอยู่หน้าประตูอย่างไรเล่า”
“ป้ายร้านน่ะหรือ…”
“ป้ายร้าน!”
“แต่พักนี้ข้ารู้สึกเกียจคร้านนัก ไม่อยากเปิดร้าน อีกทั้งท่านเทพารักษ์ยังทำหน้าที่ได้ดี ในฉางจิงแทบไม่มีเหตุการณ์ผีปีศาจออกทำร้ายผู้คนแล้ว”
“เจ้านี่ขี้เกียจจริงๆ …”
“แน่นอน มีหรือข้าจะขยันหมั่นเพียรเยี่ยงแม่นางสามสี มิเช่นนั้นข้าคงเก่งกาจเหมือนเจ้าตั้งนานแล้ว”
“!”
เด็กหญิงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้แม่นางสามสีเก่งขึ้นแล้ว ทั้งจับหนูได้ ทั้งยังปราบผีปีศาจได้ด้วย”
“ทำได้หรือ”
นักพรตนึกในใจว่า ถ้าแม่นางสามสีออกไปปราบปีศาจ ตนก็ต้องคอยตามหลังอยู่ดี เช่นนั้นจะต่างอะไรกับตอนที่เขาไปเองเล่า
“ทำได้สิ!”
“แม่นางสามสีจะเหนื่อยเอานะ”
“แม่นางสามสีเก่งมาก!”
“แล้วมันจะไม่เบียดเวลาอ่านหนังสือของเจ้าหรือ”
“เจ้าพูดเ