“โจ๊กมาแล้ว!”
จอมยุทธ์หญิงอู๋เงยหน้ามองเจ้าของร้านที่ยกชามโจ๊กมาให้ กล่าวขอบคุณสั้นๆ ครั้นเห็นอีกฝ่ายยกไข่ต้มกับหมั่นโถวตามมา ก็หันไปพูดกับซ่งโหยวว่า
“สั่งมาเยอะถึงเพียงนี้ ออกจะสิ้นเปลืองเกินไปแล้วนะ”
“ห่างหายกันไปเนิ่นนาน ได้กลับมาพบกันอีกครั้งกลับมีแต่โจ๊กต้อนรับ ข้าละอายใจนัก”
“ข้ากลับชอบโจ๊กที่ร้านนี้อยู่ไม่น้อย ตอนก่อนจะออกเดินทาง ข้าก็มานั่งกินบ่อยอยู่” จอมยุทธ์หญิงอู๋ว่าพลางหยิบตะเกียบขึ้น ก้มหน้าตักโจ๊กเข้าปาก ท่าทางเหมือนคนอดอยากมานาน มิหนำซ้ำยังไม่รู้ร้อนรู้เย็นนัก ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงคล้ายบ่น “เพียงแต่รสชาติยังสู้ที่เจ้าทำไม่ได้ เจ้าใส่เนื้อเยอะกว่าอีก”
“พักนี้จอมยุทธ์หญิงไปอยู่ที่ใดมา”
“ข้าออกเดินทางไปไกล สุดท้ายก็ยังมีเรื่องต้องสะสาง”
“ข้านึกว่าจอมยุทธ์หญิงติดร่างแหไปด้วยเสียอีก”
“ไม่ติดง่ายขนาดนั้นหรอก”
จอมยุทธ์หญิงอู๋ยืดตัวขึ้น เงยหน้ามองรอบด้านครู่หนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงแล้วหยิบไข่ต้มขึ้นมาเคาะกับโต๊ะ แกะเปลือกออกพลางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนักว่า
“พวกเราระวังตัวอยู่แล้ว เดิมทีก็แค่ทำงานให้ผู้หนึ่งอยู่เบื้องหลัง ทำอย่างลับๆ คนรู้ก็มีอยู่ไม่กี่ราย หลังจากเรื่องนั้น คนที่รู้จักข้าก็ใช่ว่าจะโง่เขลาถึงขั้นเอ่ยปากเผยออกมา ส่วนใหญ่ต่างแยกย้ายกันไป กลับบ้านใครบ้านมัน เงินทองที่หามาได้ก็พอจะใช้กินไปได้ชั่วชีวิตแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี”
ซ่งโหยวก้มมองดูมือของนางขณะกำลังปอกไข่ จอมยุ