ากับพวกเราขายได้กำไรน้อยลงไปนั่นแหละ…”
ซ่งโหยวกำลังจะจ่ายเงิน แต่พลันเหลือบไปเห็นหนังสืออีกเล่มหนึ่ง จึงหยิบขึ้นมาด้วย
“คุณชายตาถึงนัก นี่คือผลงานของท่านฟู่อวี่ ฟู่เหวินต้งแห่งสวี่โจว เต็มไปด้วยเรื่องราวผีสางเทพยดา เล่าได้น่าติดตามยิ่งนัก ผู้คนอ่านแล้วต่างกล่าวชมว่าเหมือนได้ฟังเรื่องราวจากปากผู้อยู่ในเหตุการณ์จริงๆ สองสามปีมานี้ขายดีมาก”
“ข้าเอาเล่มนี้อีกเล่ม”
ซ่งโหยวจึงหยิบเพิ่มอีกเล่มหนึ่ง รวมเป็นห้าเล่ม
เมื่อกลับถึงบ้าน ก็เปิดประตูวางหนังสือลงบนโต๊ะ
แมวสามสีกระโดดขึ้นมาทันที ปลายหางงอโค้ง คอยก้มมองตัวหนังสือบนปก แล้วหันไปถามนักพรต
“เจ้าซื้อให้แม่นางสามสีหรือ”
“ใช่”
“ถ้าอ่านจบแล้ว แม่นางสามสีจะโตเร็วขึ้นหรือไม่”
“ไม่หรอก เพียงแต่จะได้ความรู้เพิ่มขึ้น”
“แล้วตำราที่ร้านบอกว่าอ่านแล้วจะเก่งเล่า”
“ข้าไม่ได้ซื้อมา”
“อ้อ…”
“แม่นางสามสีอยากอ่านเล่มไหนก็หยิบไปเถิด”
“จะเริ่มอ่านเล่มไหนก่อนดี”
“แม่นางสามสีเก่งอยู่แล้ว ย่อมตัดสินใจเองได้” ซ่งโหยวหย่อนกายลงพลางหยิบหนังสือ ‘เรื่องเล่ารัชศกหมิงเต๋อ’ ขึ้นมาเปิดอ่าน แล้วหันไปหาเจ้าแมว
“ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบก็วางไว้ ไม่ชอบตรงไหนก็ข้ามไป หากอ่านแล้วไม่เข้าใจก็มาถามข้าได้”
“ได้เลย!”
แมวสามสีกระโดดลงจากโต๊ะ เพียงครู่เดียวก็มีมือน้อยๆ สองข้างเอื้อมขึ้นมาหยิบหนังสือไปหนึ่งเล่ม
วันนี้แสงอาทิตย์ส่องสว่างกำลังดี ปราศจากภาระหน้าที่ใดๆ ช่างเหมาะแก่การอ่านหนังส