ราตรีคืบคลาน
ชาวเมืองฉางจิงต่างกลับเข้าบ้าน ร้านรวงทยอยปิด ถนนพลันว่างเปล่าเงียบสงัด นี่คือค่ำคืนวันลี่ตงอันเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นค่ำคืนไร้ดาวไร้จันทร์ มีเพียงม่านหมอกเย็นเยียบเคลื่อนคล้อยไปทั่วถนนหนทาง
แมวสามสียังคงเล่นก้อนผ้าอยู่ คราวนี้นางไม่ได้สงวนท่าที หากแต่วิ่งโลดไปทั่วชั้นสองอย่างอิสระ บางครั้งยังจงใจลงน้ำหนักเท้าแรงๆ บนพื้นไม้จนเกิดเสียง โดยเฉพาะบนกระดานไม้เก่าๆ ครั้นเหยียบลงไปก็กระดกขึ้น ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
ทว่าจังหวะที่จะกระโจนใส่ก้อนผ้านั้น นางกลับเปลี่ยนทิศทางโดยฉับพลัน โดยพุ่งตรงไปที่หน้าต่าง แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนขอบ มองลงไปด้านล่าง ก่อนจะหันหน้ากลับมาหานักพรต
“ท่านเทพารักษ์มาแล้ว!”
“ขอบคุณแม่นางสามสี”
“ให้แม่นางสามสีลงไปเปิดประตูหรือไม่”
“เช่นนั้นก็ยิ่งต้องขอบคุณ”
“ไม่เป็นไร!”
แมวสามสีกระโดดลงจากหน้าต่าง วิ่งฉิวลงบันไดไป เสียงพื้นไม้ก็ดังขึ้นตามแรงฝีเท้า ราวกับมีพละกำลังไม่จำกัด
แม่นางสามสีจุดตะเกียงน้ำมันที่ชั้นล่างแล้วไปเปิดประตู ก็พบว่าเทพารักษ์พร้อมด้วยเทพอีกสององค์กำลังยืนรออยู่ตรงนั้น นักพรตเองก็เพิ่งเดินพิงราวบันไดลงมาจากชั้นบน
“คารวะคุณชายและแม่นางสามสี” เทพารักษ์รีบทำความเคารพ “ทันทีที่ทราบว่าคุณชายกลับมาแล้ว ข้าก็รีบมาเยี่ยมเยียนทันที”
“ท่านเทพารักษ์ไม่จำเป็นต้องมากพิธี” ซ่งโหยวเอ่ย “เชิญท่านทั้งสามเข้ามาด้านในเถิด”
เทพารักษ์ก้าวเข้ามา “ข้