าตั้งกฎไว้ว่าทุกเดือนจะออกตรวจตราเมืองด้วยตนเองสองหน วันนี้เป็นวันเหมายัน ถึงคราวข้าต้องออกตรวจตราพอดี จึงถือโอกาสแวะเวียนมาคารวะคุณชาย” เทพารักษ์กล่าวพลางนั่งลงอย่างสำรวมตามที่ซ่งโหยวเชื้อเชิญ แล้วจึงพูดต่อ “หลังจากคุณชายจากไป นครฉางจิงก็ประสบเหตุวุ่นวายไม่น้อย ขุนนางในราชสำนักถูกเปลี่ยนไม่รู้กี่ครั้ง ตระกูลผู้ทรงอำนาจล้มตายไปก็มาก โชคดีได้คุณชายชี้แนะแนวทาง ข้าจึงยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งเทพารักษ์แห่งฉางจิงได้อย่างสงบเรื่อยมา ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องมากล่าวขอบคุณคุณชายถึงที่”
“ข้าเพิ่งกลับมา ยังไม่มีน้ำชาต้อนรับท่านเลย…”
“มิกล้าๆ”
“แท้จริงแล้วข้าตั้งใจจะถามไถ่เรื่องราวในฉางจิงตลอดระยะเวลาที่ข้าไม่อยู่จากท่านเทพารักษ์ กลับกลายเป็นว่าแม้แต่น้ำชาสักกาก็มิได้เตรียมไว้ นับว่าเสียมารยาทนัก” ซ่งโหยวเอ่ยอย่างเก้อเขิน
“เพียงแค่คุณชายเมตตาให้ข้าได้เข้ามานั่งด้วย ก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว”
แม้เทพารักษ์จะเป็นเพียงเทพผู้ดูแลเมือง ทว่าที่นี่คือนครฉางจิงอันเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรต้าเยี่ยน เขาย่อมได้ยินเรื่องราวจากดินแดนตอนเหนือมาไม่น้อย
ว่ากันว่าเหล่ามารปีศาจมากฤทธิ์เดชที่แม้แต่วิมานสวรรค์ยังมิอาจปราบได้ กลับต้องสยบลงด้วยน้ำมือของท่านผู้นี้ อีกทั้งยังยกภูเขาจากแคว้นผิงโจวมาตั้งไว้กลางแคว้นเหอโจว กลายเป็นภูเขาลูกใหญ่ท่ามกลางที่ราบเวิ้งว้าง เหตุการณ์นี้ทำให้ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา เทพแห่งขุนเขาแคว้น