ตะเกียง แล้วแปลงร่างกลับเป็นแมว วิ่งตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
คิดดูแล้วการกลับมาเยือนฉางจิงครั้งนี้ก็มีเรื่องราวใหม่ๆ ไม่น้อยเลย
ลำพังแค่สหายที่เคยผูกมิตรที่นี่ก็มีตั้งหลายคน ทั้งปีศาจจิ้งจอกผู้เคยชวนเขาล่องเรือและมาส่งเขาที่ศาลาริมทาง, เจ้าเมืองอวี๋ผู้เคยมอบผ้าสักหลาดและผ้าขนสัตว์ให้เขา, เจ้าเมืองหลิวจากเหอโจว ผู้เคยสร้างความประทับใจดีๆ ให้แก่เขายามได้พบพานกันอีกครา และหมอเทวดาไช่ ซึ่งบัดนี้ไม่รู้ว่าลงจากแดนเหนือมาหรือยัง เกรงว่าคงต้องขึ้นเขาเป๋ยชินสักครา หากราชครูกลับมายังฉางจิง หรือหากฮ่องเต้ทราบเข้า ก็คงเสด็จมาเยือนหรือมีพระบัญชาเรียกตนเข้าวัง
แต่ดังที่แม่ทัพเฉินว่าไว้ ด้วยนิสัยเฉื่อยชาของซ่งโหยว เขาต้องเดินทางนับหมื่นลี้กว่าจะได้หลับมาเยือนฉางจิง ย่อมใช้เวลาหลายวันไปกับการพักผ่อน คงไม่สนใจเรื่องราวนอกหน้าต่างนัก
คิดไปคิดมาก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมายามเช้าตรูก็พบว่าท้องนภาสว่างขึ้นแล้ว แสงแดดสาดส่องเข้ามา แม่นางสามสีเปิดหน้าต่างไว้แล้ว จึงได้เห็นท้องฟ้าสีครามปรากฏอยู่เบื้องนอก มีหมู่เมฆขาวลอยอ้อยอิ่ง และนกนางแอ่นตัวหนึ่งที่กำลังสางขนอยู่บนขอบหน้าต่าง ต้นหลิวด้านนอกเหลือเพียงกิ่งเปลือย ยามแสงตะวันส่องเข้ามา สภาพภายในห้องกลับยิ่งแลดูเกลี้ยงเกลา แสงส่องสะท้อนเครื่องเรือนวับวาว
นักพรตพลันรู้สึกแจ่มใสขึ้นมาทันใด
สมกับที่เป็นที่พำนักแสนสงบ
[1] กุ้ยเฟย (贵妃)ตำแหน่งสนมเอก
……………