คงแจ่มชัดอยู่
ไม่นานเขาก็มาถึงถนนต้นหลิว เดินทอดน่องไปตามเส้นทาง ทั้งสองฝั่งมีบ้านเรือนสองชั้นเรียงราย ร้านค้าชั้นล่างดูแทบไม่ต่างไปจากเมื่อสามปีก่อน
ใกล้ถึงบ้านหลังนั้นของสหายเก่าแล้วเช่นกัน
เสียงกีบม้ากระทบหินเขียว สลับกับเสียงกระดิ่งที่คอของม้าดังเป็นระยะ ผู้คนจากสองข้างถนน ทั้งที่ยังไม่เข้าบ้าน หรือยังไม่ปิดร้านค้า ต่างทอดสายตามองนักพรตกับม้าที่เดินผ่านมา ทว่าเพราะรอบข้างนั้นมืดมิด จึงมองเห็นไม่ชัด อีกทั้งยังดูเหมือนจะไม่กล้าทักทาย จึงไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา
นักพรตกับม้าต่างชะลอฝีเท้าลง
พวกเขามาถึงหน้าบ้านของจอมยุทธ์หญิงอู๋ก่อน
นักพรตหยุดเดิน แมวน้อยและม้าแดงก็หยุดตาม เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน
ประตูไม้ปิดสนิท มีกุญแจคล้องแน่น
ภายในไม่มีแสงสว่างหรือเสียงใดเล็ดลอดออกมา
“ไม่มีคนอยู่ข้างใน” แมวน้อยเอียงหน้ากระซิบกระซาบ “แต่มีหนูนะ”
“…”
นักพรตนิ่งเงียบไปชั่วขณะ แล้วเลื่อนสายตาไปยังบ้านหลังถัดไป
บานประตูไม้ก็ปิดสนิทเช่นกัน กุญแจยังคงเป็นอันเดิม เพียงแต่มีฝุ่นจับหนา
“ลงกลอนไว้แน่นเชียว…” แมวน้อยเอ่ยพลางหันหน้าไปมองเขา
“อืม”
นักพรตก้าวไปเบื้องหน้า ก่อนจะยกปลายไม้แตะกุญแจทองแดงเบาๆ
แกร๊ก
แม่กุญแจถูกสะเดาะออกในทันที
“!”
แมวน้อยเบิกตากว้าง หันมองเขาด้วยแววตาเปล่งประกาย นางวิ่งปราดไปหน้าประตู แล้วแนบตัวเข้ากับบานประตู รอให้นักพรตเปิด
เอี๊ยด…
ในห้องมีของวางอยู่ไม่มาก เครื่องเรือนล้วนเขรอะไปด้วยฝุ่น