คิดว่าอาจเป็นแผนของฝ่าบาทและราชครู กระทั่งได้เข้าเฝ้าด้วยตนเอง… ฝ่าบาทมีพระชนมายุมากเกินไปแล้ว เรื่องถูกลอบปองร้ายอาจเป็นเพียงข่าวลือ แต่พระวรกายอ่อนแอลงย่อมเป็นเรื่องจริงแน่นอน”
“แล้วองค์หญิงฉางผิงเล่า”
“ยังถูกคุมขังอยู่ เรื่องจะลงโทษอย่างไรยังเป็นที่ถกเถียงในท้องพระโรง นางทำผิดถึงขั้นต้องประหารชีวิต แต่ด้วยความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับฝ่าบาท ทั้งยังเคยช่วยชิงราชบัลลังก์มาแต่แรก และยังใช้เวลากว่าสิบสองปีไปกับกรทุ่มเทอุทิศตนจนต้าเยี่ยนเจริญรุ่งเรือง ฝ่าบาทชรามากแล้ว ทรงลังเลพระทัยยิ่งนัก จะเด็ดขาดหรืออ่อนพระทัยลงย่อมเป็นไปได้ทั้งนั้น”
ได้ฟังก็รู้ว่าพายุในฉางจิงนั้นรุนแรงกว่าในข่าวลือนัก
ฮ่องเต้ชราภาพ พระวรกายโรยราลงฉับพลัน ราวกับเป็นสัญญาณแห่งความมอดมลาย ฮ่องเต้ร้อนพระทัยฉันใด องค์หญิงก็ไม่ต่างกัน ขณะเดียวกันองค์ชายทั้งสองก็เติบใหญ่ ยิ่งเร่งเร้าให้สถานการณ์เข้มข้นยิ่งขึ้น
ซ่งโหยวยังสัมผัสได้ถึงความหนักใจของแม่ทัพเฉิน
แท้จริงแล้ว บ่อยครั้งที่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่กำจัดขุนนางและแม่ทัพหาใช่เพราะตนกลัวทหาร หากเพราะมั่นใจว่าตนเองคุมได้ แต่ผู้สืบทอดเล่า จะมีบารมีเท่าเดิมหรือไม่ ก็ไม่อาจแน่ใจได้
ดังนั้นฮ่องเต้ผู้หยั่งรู้ขีดจำกัดของตนเองย่อมไม่ลังเล กล้าที่จะใช้มาตรการเด็ดขาด ดั่งที่ทำกับองค์หญิงฉางผิง
แล้วสำหรับอู่อันโหวผู้นี้เล่า ความกังวลนี้คงเป็นสิ่งที่แม่ทัพเฉินไม่อาจเอ่ยกับใครได้
“ฮ่า ฮ่า!”