ม่นานนักหญิงรับใช้ก็ทยอยเดินเข้ามาพร้อมสุราจอกทองและสำรับอาหารแสนประณีต
“แม่ทัพจัดไว้ยิ่งใหญ่เกินไปแล้ว”
“นานๆ ครั้ง” แม่ทัพเฉินตอบเสียงเรียบ เหลือบมองแมวน้อยที่กระโดดขึ้นโต๊ะ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “แล้วนกนางแอ่นที่ตามท่านมาเล่า”
“เขามีนิสัยขี้อาย ไม่ค่อยกินอาหารมนุษย์ ปล่อยให้เขาทำตามใจเถิด”
“เป็นเช่นนั้นเอง”
“แม่ทัพกลับมาถึงฉางจิงตั้งแต่เมื่อใด”
“เมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิปีนี้”
“ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว ฝ่าบาทมิได้มีรับสั่งให้แม่ทัพกลับไปแดนเหนือหรือ”
“…”
แม่ทัพเฉินเพียงส่ายหน้าพร้อมกับเทสุราลงจอก
ซ่งโหยวจึงรินของตนบ้าง พลางหันไปเห็นแมวน้อยที่กำลังจ้องตาแป๋ว แล้วรินให้นางเล็กน้อย
“ขอบคุณท่านแม่ทัพ”
“เหมียว…”
“คุณชายใช้ตะเกียบได้ตามสบาย อย่าได้เกรงใจ ที่นี่ดีกว่าในค่ายอยู่แล้ว ท่านโปรดทำตัวตามสบาย”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น”
นักพรตก็ตักอาหารก่อน ฤดูนี้รสชาติของปลาหลูจากแม่น้ำซงกำลังอร่อย ไม่ต้องปรุงมาก เพียงใส่ขิงต้นหอม นึ่งจนสุก ราดซีอิ๊วเล็กน้อยก็พอแล้ว ซ่งโหยวตักเนื้อท้องชิ้นหนึ่ง วางลงในชามของแม่นางสามสีก่อน
แม่ทัพเฉินแม้จะถือตะเกียบไว้ แต่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็หยุดมือลง รอจนซ่งโหยวคีบอาหารใส่จานก่อน จึงค่อยเริ่มเอ่ยปาก
“ฝ่าบาทประชวรหนักขึ้นทุกวัน”
“เช่นนั้นข่าวลือก็เป็นจริงหรือ”
“เป็นตามนั้น” แม่ทัพเฉินคีบเนื้อปลา “ตอนอยู่แดนเหนือ แม้ข่าวที่ข้าได้รับจะเป็นที่น่าเชื่อถือ แต่ก็