ส่แม่นางสามสี
เด็กน้อยยังคงมีสีหน้าหนักแน่น รู้ดีว่าหมาป่าเหล่านี้เป็นเพียงพลังวิญญาณ ไม่มีวันถูกสังหาร ไม่หวั่นเกรงต่อเสือ แต่หากถูกอาคมเพลิงหรือสายฟ้าทำลายแก่นวิญญาณแล้วไซร้ ก็ไม่อาจกลับเข้าไปในธงได้อีก
นางจึงอ้าปากพ่นไฟแผดเผาวิญญาณร้ายที่จู่โจมมาให้สิ้น แล้วสะบัดธงเรียกหมาป่ากลับเป็นควันดำ ก่อนจะหันไปพ่นไฟอีกครั้ง เปลวเพลิงม้วนตัวดั่งมังกร ลุกโชนเผาทั้งวิญญาณร้ายและร่างปีศาจเสือตนนั้น
โฮก…
ปีศาจเสือเกลือกกลิ้งไปมา ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดกว่าจะดับเพลิงบนกายได้
ครั้นลุกขึ้นมาอีกครา ก็อ่อนแรงยิ่งนัก ขนบนร่างถูกไฟเผาไหม้ ความร้อนแทรกทะลุถึงวิญญาณ ซ้ำร่างเดิมก็บอบช้ำอยู่แล้ว ยิ่งทุรนทุรายหนัก
มันถอยเข้าพงหญ้า สายตาลอบจับจ้องไปยังเด็กหญิงผู้สะบัดธงเรียกหมาป่า แล้วเหลือบไปยังนักพรตหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ ราวไม่สนใจการต่อสู้
จึงเข้าใจว่าหากจับกุมผู้นำก่อนจะได้เปรียบ มันเดินวนในป่าพรางกายกลมกลืนกับพงหญ้า
แม่นางสามสีไม่กล้าประมาท คอยชูธงขึ้นพร้อมกับมองตามมันไปด้วย ขณะเดียวกันก็เรียกทั้งเทพแห่งขุนเขาและหมาป่าออกมาตั้งขบวนคุ้มครองตนกับนักพรต
แม่นางสามสีแม้กำลังด้อยกว่ามาก แต่กลับว่องไวไม่แพ้มันเลย เพียงกระโดดกิ่งไม้ก็ข้ามไปยังต้นไม้อีกต้นแล้ว
เสือใหญ่จึงพุ่งใส่กิ่งไม้อย่างจัง ทว่ากิ่งไม้ไฉนเลยจะรับน้ำหนักของมันไหว
กิ่งไม้หักโค่นลงมาพร้อมร่างมหึมา ซ้ำยังชนเข้ากับกิ่งอื่น ขูดโดนบาดแผลจ