“นี่เป็นวิชาที่อาจารย์ข่งและจิตรกรโต้วถ่ายทอดมา แม้ไม่ใช่การกักขังวิญญาณเสือไว้เป็นทาส แต่หากมีพลังวิญญาณสิงสถิตอยู่ในธงนี้ ก็อาจอัญเชิญออกมาได้ดั่งฝูงหมาป่า”
“เสือ!”
“แต่ข้าไม่มีความสามารถดั่งราชันหมาป่า เสือนี้ย่อมไม่เชื่อฟังเหมือนหมาป่าเหล่านี้ หากแม่นางสามสีไม่อาจกำราบมันได้ด้วยตนเอง ก็อย่าเพิ่งอัญเชิญออกมาเลย หากฝืนทำ แม้มันจะไม่แว้งกัดเจ้า แต่ก็คงไม่ยอมเชื่อฟังหรอก”
“เจ้านี่เก่งจริงๆ!”
“สู้แม่นางสามสีไม่ได้หรอก”
“!”
เด็กน้อยพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้าถือธงไว้ ตั้งใจพินิจพิจารณามัน
ทว่านักพรตกลับลุกยืนเสียแล้ว
“ไปกันเถิดแม่นางสามสี บนเขายังมีเสือร้ายอีกเยอะ ล้วนกินคนไปมาก มีไม่น้อยที่บำเพ็ญตบะจนกลายเป็นปีศาจ หากแม่นางสามสียินดีปราบเสือช่วยผู้คน ข้าก็จะดึงพลังวิญญาณของมันมาใส่ไว้ธงให้ แต่แม่นางสามสีต้องเป็นผู้กำราบมันเอง”
“ได้เลย!”
เด็กหญิงฮึกเหิมขึ้นในทันใด
“ปีศาจเสือนั้นมีจิตปัญญา จงจำไว้ให้ดี เจ้าไม่ได้สังหารมันเพราะอยากสังหาร หาใช่เพราะจะดึงพลังมันมาใช้ แต่เพราะมันกินคน หลอกล่อผู้คนมาเป็นอาหาร และบังคับชาวบ้านที่เชิงเขาให้จับคนมาสังเวย จึงต้องปราบมันเพื่อปัดเป่าภัยร้าย”
“เข้าใจแล้ว…”
เสียงเด็กน้อยแผ่วลง
ทั้งสองเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขา
บนยอดมีถ้ำเสือใหญ่โต ภายในมีแต่กองซากกระดูก ทั้งของคนและสัตว์ เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ เศษผ้าขาดวิ่นและเส้นด้ายพันระโยงระยาง รวมถึงเลือดแดงแห้งกรั