บหนูเล่นไม่มีผิด
“มันตายแล้ว”
เสียงของนักพรตแว่วมา แม่นางสามสีได้ยินเช่นนั้นก็สะบัดมือเบาๆ ทั้งเทพแห่งขุนเขาและหมาป่าก็วิ่งกลับมาอยู่ข้างกาย
“แม่นางสามสีรู้จักถ่อมตน นับว่าพัฒนาขึ้นไม่น้อย ข้าเองก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน”
“แน่นอน!”
“แม้ธงเรียกหมาป่าจะทรงพลัง ทว่าตามที่ข้าเห็น ความหมั่นเพียรฝึกฝนและตั้งใจบำเพ็ญตบะของแม่นางสามสีต่างหากที่เป็นแก่นสำคัญ” นักพรตหันมองเจ้าแมว “เช่นนั้นแล้วแม่นางสามสียิ่งต้องเพียรพยายามต่อไป”
“แม่นางสามสีเห็นด้วยกับเจ้า”
“ส่วนเสือตัวนี้…”
ซ่งโหยวหันไปมองร่างเสือบนพื้น
เสือตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่าเสือธรรมดาหลายเท่า หากตัวใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อย คงมีขนาดพอๆ กับวัวแล้ว
“แม้สรวงสวรรค์จะเมตตาสรรพสิ่งทั้งปวง แต่ปีศาจเสือตนนี้กินคนมานับไม่ถ้วน กินแล้วยังเหนี่ยวรั้งดวงวิญญาณมนุษย์ให้มาเป็นบริวารตนคอยหลอกล่อผู้คน นับว่าบาปมหันต์” แววตาของนักพรตยังคงสงบนิ่ง เขาทอดสายตามองเด็กหญิงตัวน้อย “ขอยืมธงของแม่นางสามสีสักหน่อย”
“เหมียว”
แม้เด็กหญิงไม่เข้าใจ แต่ก็เบิกตากลมโต กระโดดลงจากต้นไม้ แล้วยื่นธงให้เขาไป
นักพรตรับธงมา ลูบเพียงครั้งเดียว ภาพหัวหมาป่าบนผืนธงก็เลือนหายไป จากนั้นก็ชี้นิ้วไปยังซากเสือโบกสะบัดเบาๆ ควันดำก็ลอยจากร่างเสือสู่ธง
เด็กน้อยมองตาค้าง
นักพรตก็ส่งธงคืนให้นาง
“เจ้าทำอะไรน่ะ”
“ข้าเพิ่งดึงเอาพลังวิญญาณของเสือมาใส่ไว้ในธง เพิ่มเสือให้เจ้าอีกหนึ่งตัว” นักพรตเอ่ย