ภูผาสูงตระหง่าน ป่ารกชัฏเขียวชอุ่มสุดสายตา
นักพรตแหงนหน้ามอง เห็นเพียงทิวเขาป่าไม้หนาทึบ
ภูเขาลักษณะเช่นนี้ อย่าว่าแต่จะมีปีศาจเสือซุกซ่อนอยู่เลย แม้ไม่มีข่าวลือเรื่องสัตว์ร้าย คนธรรมดาย่อมไม่กล้าเหยียบย่างขึ้นไป
คนต่างถิ่นอย่างซ่งโหยวไม่รู้ว่าที่นี่มีทางขึ้นหรือไม่ อย่าว่าแต่เส้นทางขึ้นเขาเลย แม้แต่จะเดินขึ้นเขาจากถนนหลวงตามแนวไหล่เขา ก็ยังต้องปีนข้ามเนินดินสูงเกินครึ่งตัวคนเสียก่อน
ทว่านักพรตกลับแลเห็นร่องรอยย่ำบนเนินดินนั้น คนและม้าหยุดยืนข้างถนน ส่วนเด็กหญิงตัวน้อยยืนชะโงกหน้ามองออกไปไกลโพ้น ขณะเดียวกันนักพรตก็ก้มหน้าพินิจร่องรอยต่อไป
ถนนหลวงนี้ตัดผ่านภูเขา ด้านซ้ายเป็นเชิงเขาและเนินดิน แต่ตรงนี้กลับมีร่องรอยพังทลาย เสมือนมีสัตว์ที่ปีนป่ายไม่เก่งนักเหยียบย่ำจนทลายลงไป
เมื่อเพ่งพินิจดูให้ดีจะเห็นรอยกีบม้าเลือนรางบนนั้น พงหญ้าเบื้องหน้าก็ถูกแหวกออก
ราวกับมีคนควบม้ากระโดดข้ามบริเวณนี้ไป แต่ด้วยกำลังของม้าธรรมดาย่อมทำมิได้
นักพรตเงยหน้ามองอีกครา
ต้นไม้หนาทึบ กิ่งก้านสาขารุงรัง ย่อมกีดขวางคนบนหลังม้าไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นก็ยังเห็นบางกิ่งถูกฟันขาด รอยฟันนั้นดูเรียบเนียน
เสมือนถูกฟันโดยใบมีดแหลมคม หาได้เกิดจากดาบกระบี่ทั่วไป และหาใช่ฝีมือของนักยุทธ์ทั่วไปด้วย
“…”
นักพรตตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปกล่าวกับม้าของตนว่า “เจ้าแบกสัมภาระ ย่อมเดินทางไม่สะดวก จงอยู่ที่นี่ หากพบภัยอันตรายก็ห