นีไปก่อนเถิด”
เจ้าม้ายังคงก้มกินหญ้า ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือไม่
นักพรตสบตากับเด็กหญิงอีกครั้ง ก่อนจะเดินแหวกพงหญ้าขึ้นเขาไป
เด็กหญิงก็เงยหน้ามองภูผา สูดจมูกเบาๆ พลันได้กลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาตามลม จึงเผยสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมกับควักเอาธงผืนน้อยออกมาจากอ้อมแขน
เพียงโบกธง หมอกดำพลันฟุ้งกระจาย กลายเป็นหมาป่านับสิบตัวยืนเรียงรายกัน พอโบกอีกครั้ง หมอกดำอีกสายก็กลายร่างเป็นหมาป่าเช่นกัน โบกเช่นนี้อยู่สี่หน รวมแล้วกลายเป็นหมาป่ากว่าห้าสิบตัว หมาป่าเหล่านั้นเร้นกายอยู่ตามดงไม้ บ้างนิ่งเงียบ คอยเงยหน้ามองนาง บ้างก้มดมกลิ่นแปลกปลอมริมทาง
เด็กหญิงกำธงแน่น วาดวงกลมรอบกายพลางชี้นิ้วมาที่ตนเอง ฝูงหมาป่าเข้าใจได้ในทันที ต่างกระจายตัวล้อมรอบโดยเว้นรักษาระยะห่างไว้ คอยเดินตามนางเข้าไปในป่าลึก
ป่าเงียบสงัด ยิ่งน่าหวั่นเกรง
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ…
เสียงนกนางแอ่นกระพือปีกบินดึงดูดความสนใจของนางไว้ เด็กหญิงและฝูงหมาป่าหยุดเดิน เพียงเงยหน้ามองให้แน่ใจว่าเป็นสหายนกนางแอ่น จึงค่อยเบาใจลง
“คุณชาย บนยอดเขามีถ้ำเสือ หน้าถ้ำมีร่องรอยการต่อสู้ ทั้งคราบเลือดและเศษผ้า ข้าไม่กล้าเข้าใกล้ ย่อมไม่รู้ผลการต่อสู้ อีกทั้งบนเขายังมีเสือร้ายเดินเพ่นพ่านอยู่อีกมาก”
นักพรตหาได้หวั่นเกรงเสือร้าย เพียงถามว่า “ทางใดขึ้นเขาง่ายที่สุดเล่า”
“บนเขาไร้ทางเดิน ข้าเพียงหาเส้นทางไม่ลาดชันและไม่มีหญ้าขึ้นรกให้ท่าน ตามข้ามาเถิด”
“ขอบคุณเจ้าม