ลมของนักพรตพัดตั๊กแตนระลอกเก่าทั้งฝูงให้ล้มตายภายในคราเดียว แต่ก็ยังมีระลอกใหม่บินมาไม่ขาดสาย ชาวนาเฒ่าในทุ่งเหน็ดเหนื่อยจนแทบหอบหายใจ จึงจำเป็นต้องหยุดพักชั่วคราว คิดว่าจะรอตกกลางคืนก่อน แล้วค่อยจุดกองไฟไล่ตั๊กแตนตามที่ทางการสั่ง
ตั๊กแตนปีศาจพวกนี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง
คงไม่ได้เป็นเพราะเทพตั๊กแตนฟื้นคืนชีพแล้วกระมัง
ชายชราพยุงตัวเดินออกจากทุ่ง ครั้นแหงนหน้าขึ้นมองฝูงตั๊กแตนบนฟ้า ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
ทันใดนั้นเขากลับได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแว่วมาจากที่ไกล
เมื่อเงยหน้ามอง ก็เห็นหมึกดำหยดมหึมาบนท้องฟ้า ค่อยๆ กระจายออกไปเป็นเงาดำมากมาย โผบินไปทั่วท้องฟ้า เงาดำบางส่วนโฉบผ่านเหนือศีรษะ เสียงลมพัดและเสียงนกร้องแว่วผ่านหูไป ยามผสานกันช่างฟังดูคล้ายเสียงน้ำไหล
ภาพตรงหน้าทำให้เขาตื่นตะลึงยิงนัก
นกบางตัวบินต่ำลงมา ชายชราจึงตั้งท่ามั่น รวบรวมความกล้าโน้มตัวเข้าไปดูใกล้ๆ จึงเห็นว่าเป็นนกนางแอ่น
ขนดำขาวเรียงสวยดูมีชีวิตชีวา
เมื่อเงยหน้ามองฟ้าอีกครั้งกลับเห็นเพียงเงาดำส่งเสียงร้องใสไม่หยุดหย่อน ทำเอาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งหมดเป็นนกนางแอ่น
มีหลายพื้นที่เชื่อว่าภัยตั๊กแตนเป็นภัยธรรมชาติ แม้ไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์ ก็เป็นพลังจากสิ่งลี้ลับบางอย่าง เช่น เทพตั๊กแตนหรือปีศาจ โดยธรรมชาติแล้วตั๊กแตนนั้นเชื่องช้า ไม่น่าจะก้าวราว ตื่นตัว และมีรูปร่างผิดแผกไปเช่นนี้
ยิ่งกว่านั้นตั๊กแตนยังมีความเกี่ยวข้องกับราช