สำนัก ทำให้ผู้คนต้องเคารพยำเกรง
ดังนั้นแม้ประสบวิกฤตตั๊กแตน ก็ไม่กล้ากำจัดมันไปโดยง่าย
โชคดีที่เจ้าเมืองเก่ามีความกล้าหาญ เป็นผู้นำร่องกำจัดตั๊กแตน และลบล้างความเกรงกลัวตั๊กแตนในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงได้ ส่วนขุนนางรุ่นต่อมา แม้ไม่เก่งกาจเท่าเขาก็ยังคงดำเนินแนวทางนี้ พยายามกำจัดตั๊กแตนต่อไป
มีขุนนางและทหารจำนวนมากประจำการอยู่ในจุดที่ตั๊กแตนหนาแน่น คอยกำจัดตั๊กแตนโดยอิงตามตำราโบราณเช่น ‘เคล็ดลับจับตั๊กแตน’ ‘ศึกษาตั๊กแตน’ หรือ ‘รวมเคล็ดลับจับตั๊กแตน’ ทั้งใช้แผ่นโลหะ ใช้ตาข่ายดัก หรือใส่ถุงจับ นำไปเผาและฝังทันที
นี่คือการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับเทพและธรรมชาติ
ยามนี้ขุนนางท้องถิ่นต่างออกมามาประจำแนวหน้า ย่อมไม่อาจละเลย
นอกจากเสียงตั๊กแตนในหูแล้ว ยังมีเสียงตะโกนสั่งการของผู้คนรอบๆ ดังขึ้นมาด้วย
ท่ามกลางเสียงเหล่านั้นพลันมีเสียงลมพัดแทรกมาด้วย
พรึ่บ…
เสมือนเสียงร้องกลางพงไพรในยามสารทฤดูหรือคิมหันต์ ฝูงนกพากันโผบินสู่อากาศ คล้ายฝูงนกพิราบในเมืองบินรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่เสียงนี้ดังและทุ้มยิ่งกว่าที่กล่าวมาเสียอีก
ครั้นเงยหน้ามองกลับเห็นเมฆดำบนท้องฟ้าเคลื่อนตัวเข้ามา เมื่อมองใกล้ๆ จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นฝูงนก รวมตัวกันแน่นขนัดเสมือนธาราบนผืนฟ้า
ฝูงนกบินผ่านไป ทั้งร่อนตัวลงต่ำ บินโฉบไปมาอย่างคล่องแคล่ว หรือบินลงไปจับตั๊กแตนตามพื้น
ขุนนางท้องถิ่นถึงกับอึ้งงันไป
คนอื่นๆ ก็เช่นกัน
ทั้งหมดเป็น