กำจัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด นกนางแอ่นจึงบินกลับมาเกาะหลังม้า ดูท่าจะเหน็ดเหนื่อยเอามาก
“แท้จริงแล้วนกนางแอ่นแห่งอันชิงช่างน่าเกรงขามถึงเพียงนี้”
นักพรตละสายตากลับมาส่งยิ้มให้นกน้อย
ซ่งโหยวรู้จักกับเยี่ยนเซียนมาราวห้าหกปีได้แล้ว ย่อมรู้ว่าเยี่ยนเซียนผู้นี้มีวิชาสูงส่ง แต่เพิ่งมีโอกาสเห็นท่วงท่าอันสง่างามเปี่ยมราศีก็ตอนนี้
“ข้ากำหนดทิศทางบินไว้แล้ว พวกมันจะกำจัดตั๊กแตนจนกว่าพลังวิญญาณจะหมดลง จึงจะหยุดและสลายตัวไป แม้ตั๊กแตนจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกหลายเท่า ย่อมถูกกำจัดจนสิ้นซาก”
“ขจัดภัยครั้งนี้ได้ ไม่รู้ว่าช่วยเหลือผู้คนได้ตั้งเท่าไร คุณูปการล้นหลามยิ่งนัก”
“ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคุณูปการหรอก นกนางแอ่นแห่งอันชิงเช่นข้านั้นคงอยู่สืบต่อมาได้เพราะปวงประชา เช่นนั้นข้าจึงขอยึดเอาท่านเป็นแบบอย่าง คอยช่วยเหลือผู้คนเท่าที่ตนจะทำได้ก็เท่านั้น” นกนางแอ่นตอบเสียงอ่อน
“ดีมาก”
นักพรตยกยิ้ม พลางหันไปมองภูเขาที่อยู่ไกลออกไป เห็นหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่ตรงเชิงเขา
“ถือเป็นคุณูปการของเจ้าเช่นกัน เป็นวิชาล้ำค่าจากเยี่ยนเซียน ไม่ว่าผู้บรรเทาทุกข์โศกแก่ผู้คนจะเป็นเจ้าหรือเยี่ยนเซียน ย่อมสมควรแก่การถูกจารึกชื่อไว้” นักพรตเว้นไปเล็กน้อย “แม้เจ้าจะไม่ต้องการ แต่บัดนี้เยี่ยนเซียนเพิ่งถูกแต่งตั้งเป็นเทพ ย่อมต้องการแรงศรัทธาจากแดนปุถุชน โชคดีที่มีวิชาของเยี่ยนเซียนช่วยปัดเป่าวิกฤตครั้งนี้ ควรจารึกชื่อ