ไว้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม”
นกนางแอ่นได้แต่อ้าปากไม่ยอมเอ่ยสิ่งใด
“ไปกันเถิด…”
ไม่นานนักนักพรตก็จากไป
ไม่รู้ว่าหินก้อนใหญ่ตรงเชิงเขาถูกย้ายมาวางไว้ริมทางตั้งแต่เมื่อใด บนนั้นจารึกข้อความไว้เพียงสั้นๆ
‘นกนางแอ่นแห่งอันชิงกำจัดภัยครั้งนี้’
ไม่ได้ระบุว่าเป็นนกตัวใดหรือเยี่ยนเซียน
นักพรตเพียงหันหลัง พาม้าขนแดงเดินออกไปจากที่นี่อย่างไม่รีบร้อน
ตลอดทางยังเห็นคนกำจัดตั๊กแตน หรือชาวบ้านที่กำลังเจ็บปวดเพราะพืชผลถูกทำลาย แต่บัดนี้คนส่วนใหญ่กลับแหงนหน้าขึ้นมองฝูงนกนางแอ่นต่อสู้กับตั๊กแตนเต็มท้องฟ้า
แม้จะพืชผลเสียหายไปมาก บางคนต้องพลัดถิ่น แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องให้ทางการเข้ามาช่วยเหลือ
นักพรตเพียงทิ้งก้อนหินไว้เป็นอนุสรณ์ ประการแรกคือ เพื่อให้คนระลึกถึงผู้ช่วยเหลือ ประการสอง เพื่ออุทิศแรงศรัทธาให้เยี่ยนเซียน ซึ่งเพิ่งขึ้นเป็นเทพได้ไม่นาน ช่วยให้ดำรงอยู่ในตำแหน่งอย่างมั่นคง เผื่อในอนาคตจะมีโอกาสต้องขอความช่วยเหลือจากเขา และประการที่สาม เพื่อให้ผู้คนรับรู้ว่าเป็นฝีมือของเทพ เมื่อเทพสนใจเรื่องภัยพิบัติ ทางการก็อาจจะตั้งใจช่วยเหลือมากขึ้น
ครั้งนี้ซ่งโหยวมาเยือนที่นี่เพื่อกำจัดภัย และหวังว่าจะได้พบสหายเก่าอีกครา
เมื่อภัยตั๊กแตนสงบลงแล้ว ก็ได้เวลามุ่งหน้าออกตามหาสหาย
ชาวนาเฒ่าเล่าว่ามีมือกระบี่มากำจัดปีศาจ อาจเป็นมือกระบี่ที่นักพรตรู้จัก หรืออาจไม่ใช่ หากใช่ มือกระบี่ผู้นั้นคงตระหนักว่าที่นี่