หนีเคราะห์กรรมได้บ้างเล่า ชาวนาอย่างพวกข้าอุตส่าห์ตรากตรำลำบากทั้งปี สุดท้ายก็ได้กินแต่เศษที่มันเหลือไว้” ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถิด แต่ก่อนยังพอเหลือให้เก็บกินอยู่บ้าง ไฉนเลยจะเป็นเช่นปีนี้ มันกลายเป็นภัยพิบัติใหญ่หลวง เกินครึ่งคงคิดว่าถูกผีหลอกแล้วกระมัง…”
“เป็นเช่นนี้เอง”
ชายชรารู้สึกปวดหลังนัก จึงอาศัยเวลานี้พักผ่อนสักหน่อย ขณะเดียวกันก็เอ่ยถามพร้อมใช้มือเท้าเอวไว้ “คุณชายมาจากที่ใดกันหรือ”
“ข้ามาจากอี้โจว เพียงออกพเนจรท่องโลกหล้าเท่านั้น”
“แล้วจะไปที่ใดหรือ”
“เดิมทีตั้งใจจะไปฉางจิง แต่ได้ยินว่าที่นี่มีปีศาจอาละวาด จึงแวะเวียนมาดูสักหน่อย”
ชายชราได้ฟังก็รีบยิงคำถามต่อ “คุณชายมาปราบปีศาจหรือ”
“ข้าตั้งใจจะทำเช่นนั้น” ซ่งโหยวตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่ฝีมือของข้าย่อมมีขีดจำกัด อาจช่วยได้ไม่มากเท่าไร”
ชายชราพลันถอนหายใจ
“เฮ้อ ก่อนหน้านี้ก็มีคุณชายใช้ดาบมาคนหนึ่ง บอกว่าจะปราบปีศาจเหมือนกัน คนผู้นั้นโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก เพียงสะบัดดาบครั้งเดียว ลมแรงก็โหมมาทันที แมลงตกลงมาเป็นฝูงเชียวนะ แต่ตั๊กแตนบนฟ้านั้นเยอะเกินไป เขาทนเหน็ดเหนื่อยอยู่ทั้งวัน ฝูงแมลงก็ดูเหมือนจะน้อยลงบ้าง แต่แทบไม่ต่างอะไรจากตอนแรก ไม่มีประโยชน์อะไรเลย”
ซ่งโหยวยังคงยืนอยู่บนคันนา พูดคุยกับชายชราอยู่อีกพักใหญ่ ถามไถ่ถึงพืชผลที่ปลูกในนา หว่านเมล็ดลงไปกี่ไร่ มีกี่ส่วนที่เก็บเกี่ยวได้ และกี่ส่วนที่สู