ย่อมช่วยผู้คนมากมายได้ หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร กำจัดได้บ้างถือว่าดีแล้ว”
“ข้ารู้วิชาเพียงน้อยนิด ไม่อาจกำจัดตั๊กแตนทั้งหมด แต่ท่านบรรพบุรุษกลับฝึกวิชานี้จนช่ำชอง แปลงกายเป็นนกนางแอ่นหมื่นพันนับแสนตัว ขนข้าวทั้งยุ้งฉางกลับมาได้ภายในคราเดียว” นกนางแอ่นเว้นไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงดูจะอ่อนโยนลงบ้าง “ท่านบรรพบุรุษขึ้นสวรรค์ ทิ้งร่างและขนไว้ให้พวกข้า ข้าพร้อมเหล่าผู้อาวุโสที่ทำคุณประโยชน์คอยค้นหาและนำเมล็ดพันธุ์ชั้นดีกลับไปจะได้รับขนเยอะที่สุด ข้าได้ขนปลายปีกมาสามเส้น แต่ละเส้นจะทำให้ใช้วิชาของท่านบรรพบุรุษในคราวรุ่งเรืองที่สุดได้…”
“เป็นเช่นนั้นเอง”
ซ่งโหยวพยักหน้าแสดงความเข้าใจ
นกนางแอ่นจ้องเขากลับ เมื่อรู้ว่าซ่งโหยวเข้าใจแล้ว จึงมั่นใจยิ่งขึ้น “ข้าใช้ขนทั้งสามเส้น กำจัดตั๊กแตนพวกนี้ได้แน่นอน…”
“ต้องขอบคุณเจ้าแทนผู้คนที่นี่แล้ว”
นกน้อยยังคงยืนบนหลังม้า หมุนหัวกลับไปเหมือนยามเกาศีรษะแต่งขน แล้วสลัดขนสามเส้นออกมาจากปีก
เหมือนดึงขนตนเองออกมา
นกนางแอ่นหาได้แสดงท่าทีอื่นใด เพียงคาบสามเส้นสยายปีกบินขึ้นสู่ผืนฟ้า
พรึ่บ…
ควันดำหนาระเบิดขึ้นกลางท้องนภา
ดำมืดราวน้ำหมึก แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นแสงสีฟ้าอ่อนและแสงเงางามดั่งโลหะ คล้ายขนดำบนหลังนก
จากนั้นจึงมีเสียงนกร้องดังขึ้นเป็นระยะ
ราวกับนกนับไม่ถ้วนส่งเสียงพร้อมกัน
นกน้อยนับไม่ถ้วนโผปีกโบยบินออกมาจากควัน บินกระจายไปไกล ลำพังเพียงเสียงกระพือปีกก็ดังกว่าเ