ซ่งโหยวเหลือบมองเด็กหญิง พลันหลุดหัวเราะออกมาแล้วเอ่ยขึ้นบ้าง “แต่จะให้ผู้อื่นเรียกเจ้าว่าพี่สาวปากเปล่าไม่ได้นะ”
“หือ”
“คำว่าพี่คือคำที่ใช้เรียกขานผู้อาวุโสกว่า นอกจากตำแหน่งจะสูงกว่าแล้ว ยังหมายความถึงภาระหน้าที่ด้วย แม้ไม่ทัดเทียมกันก็ต้องปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม” ซ่งโหยวก้มหน้าลงมองนาง “แม่นางสามสีประพฤติตนอยู่ในกฎเกณฑ์มาโดยตลอด ในเมื่อผู้อื่นยกให้แม่นางสามสีเป็น ‘ศิษย์พี่’ ด้วยความเคารพ ทำให้เจ้ารู้สึกเบิกบานใจ เช่นนั้นแล้วเจ้าก็ต้องยอมเสียสละบางอย่างเป็นการตอบแทนด้วย”
“แม่นางสามสีต้องทำอย่างไรหรือ”
เด็กหญิงจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แฝงไปด้วยความใคร่รู้
“ข้าได้ยินมาว่าบรรดาผู้คนที่มาฝากตัวเป็นศิษย์ในช่วงนี้ ต่อให้ไม่ได้เป็นผู้ลากมากดีอันใด แต่ส่วนมากก็อยู่ดีกินดี ไม่ขาดเหลือสิ่งใด ทว่าจอมยุทธ์ซูเพิ่งตั้งสำนักได้ไม่นาน ความเป็นอยู่บนภูเขาไม่ค่อยดีสักเท่าไร เด็กๆ เหล่านี้ล้วนต้องทนอาศัยอยู่อย่างยากลำบาก” ซ่งโหยวกล่าว “ตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูร้อนต้นฤดูใบไม้ร่วง ผลไม้ป่าต่างสุกงอมแล้ว รสชาติกำลังหวานมัน แม่นางสามสีไปเก็บมาให้เหล่าศิษย์น้องสักหน่อยเถิด ข้าคิดว่าหากพวกเขาได้รับรางวัลจากเจ้าคงดีใจมากเป็นแน่”
“รางวัล!”
“เรียกว่าเป็นของขวัญก็ได้”
“ผลไม้!”
“ใช่แล้ว”
ซ่งโหยวเอียงคอครุ่นคิด พลันเผยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “จะเป็นหนูหรือแมลงก็ย่อมได้”
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
“แม่นางสามสีไปเถิ