ด”
“ข้าจะไปแล้ว!”
ไม่ทันไรเด็กหญิงที่นั่งงอแข้งงอขาก็ลงมาจากเตียง นางหันไปมองนักพรตครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งออกไปข้างนอก
นี่เป็นโอกาสหายาก อีกทั้งยังมีเวลาจำกัด จะมัวชักช้าไม่ได้
ไม่ต่างอันใดกับสำนักกระบี่จิงเหลยที่จอมยุทธ์ซูเพิ่งก่อตั้งขึ้นเลย
ศิษย์ในสำนักถูกจำแนกออกเป็นสองประเภทคร่าวๆ แสดงให้เห็นถึงแนวทางการฝึกที่แตกต่างกัน
ประเภทแรกคือพวกที่เสียเงินเข้ามา คล้ายกับโรงฝึกยุทธ์ทั่วไป
บรรดาตระกูลผู้มั่งคั่ง เหล่ากองคุ้มกันคาราวาน หรือแม้แต่กลุ่มอิทธิพลในยุทธภพที่มิได้สืบทอดด้วยวิชาล้วนส่งบุตรหลานขึ้นมาฝึกวรยุทธ์บนเขาได้ เพียงแต่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ ทั้งเป็นค่ากินอยู่บนเขา และเป็นค่าเล่าเรียน บางสำนักก็อาศัยสิ่งนี้เป็นรายได้ อย่างไรก็ดี ศิษย์ที่เข้ามาด้วยวิธีนี้มักไม่ได้ฝึกถึงยอดวิชา แต่หากมิได้ไร้พรสวรรค์ ก็ยังพอมีแววอยู่บ้าง
เมื่อฝึกสำเร็จแล้ว ย่อมกลับไปตามทางที่มา ภายหลังจะเลือกหนทางใด ไม่ว่าจะเข้าร่วมกองทัพด้วยวิชาที่มา หรือคอยคุ้มกันกองคาราวานท่องยุทธภพร่วมกับบิดามารดา สำนักล้วนไม่มีส่วนข้องเกี่ยวใดอีก
อีกประเภทหนึ่งคือเข้ามาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่นจอมยุทธ์หญิงอู๋
ศิษย์ประเภทนี้มักเป็นเด็กกำพร้ามากพรสวรรค์ ได้สำนักชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ เปรียบเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน สำนักย่อมจัดหาปัจจัยให้ทุกสิ่ง และเมื่อเติบโตขึ้น ฝึกวิชาจนสำเร็จ ก็ยังคงเป็นศิษย์ของสำนักไปตลอดชีวิต ต้องทำงานเพื่อสำ