ักจะรำพึงรำพันถึงคุณชาย หากไม่รีบร้อนออกพเนจรท่องผืนสมุทรม่านเมฆา ก็รออยู่ที่สำนักเราได้”
กล่าวพลางพยายามนึกถึงสิ่งที่เจ้าสำนักเคยบอกไว้ ท่านเซียนผู้นี้ชื่นชอบทิวทัศน์ วิถีชีวิตผู้คน อาหารเลิศรส และเรื่องเล่าต่างๆ จึงเสริมขึ้นอีก “บนเขาอู้ซานนั้นไม่มีสิ่งพิศวงใดๆ เพียงแต่ทุกเช้าจะมีหมอกลงหนา พลิ้วไหวดุจดั่งผืนผ้าแพร หากอยู่บนยอดเขาจะได้สัมผัสกับแสงตะวัน นับเป็นทิวทัศน์ที่พบเจอได้ยากนัก”
นักพรตและเจ้าแมวสามสีหันมามองหน้ากัน
แมวสามสีแหงนหน้ามองเขาด้วยดวงตากลมโต
“เช่นนี้แล้วกัน…”
ซ่งโหยวตอบผู้ดูแลหลัวไป เสมือนได้ตกลงกับแม่นางสามสีเรียบร้อยแล้ว “พวกข้าจะรอจอมยุทธ์ซูอยู่ที่สำนักเป็นเวลาเจ็ดวัน หากเขากลับมาก็ถือเป็นการดี แต่ถ้าเขายังไม่กลับมา เช่นนั้นคงมีมารปีศาจคอยขวางทาง พวกข้าจะเป็นฝ่ายไปหาเขาเอง”
“คุณชายมากเยือนที่นี่ย่อมเป็นเกียรติแก่สำนัก ไฉนเลยจะกล้ากล่าวว่าเป็นการรบกวนเล่า เช่นนั้นข้าจะไปจัดเตรียมที่พำนักให้ท่านเสียก่อน…”
“ม้าของข้าไม่จำเป็นต้องผูก หลังจากปลดสัมภาระลงจากหลังมันแล้ว ก็ปล่อยให้มันอยู่บนเขานั่นแล ให้มันได้เป็นอิสระเสียบ้าง หากพบเห็นมันก็ให้มันกินหญ้าแห้งสักหน่อย”
“ข้าจะจดจำไว้”
ผู้ดูแลหลัวรับคำแล้วรีบพาม้าเดินไปทันที ระหว่างที่เดินก็คอยลอบมองเจ้าแมวสามสีและม้าขนแดงไปด้วย
เขาเคยได้ยินมาว่าเมื่อห้าปีที่แล้วเจ้าสำนักได้พบกับคุณชายผู้นี้ในค่ำคืนฝนฟ้าคะนองกลางบ้านโลงศพ แ