ละได้รับคำชี้แนะจากคุณชาย จึงถูกขนานนามให้เป็น ‘กระบี่ฟ้าคำรน’ กระทั่งเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้วก็ได้พบกับคุณชายอีกครั้งที่เมืองฉางจิง และติดตามเขาไปปราบมารปีศาจที่แคว้นเหอโจวเป็นเวลาหนึ่งปี เกิดตำนานเล่าขานไม่รู้กี่เรื่อง ทั้งยังถูกเซียนฝากฝังให้ไปยืมภูเขาที่ผิงโจวมาสะกดจอมมารแห่งทุ่งหิมะไว้ ซ้ำแล้วยังได้เห็นเหตุการณ์เซียนปราบปีศาจกับตาตนเอง แสงอัสนีที่ฟาดผ่านม่านรัตติกาลทำให้เขาบรรลุถึงวิถีแห่งกระบี่และกลายเป็นยอดคนนับตั้งแต่นั้นมา
แมวและม้าคู่ใจของคุณชายผู้นี้เห็นทีจะมีตำนานพิสดารในบางพื้นที่กล่าวถึงเช่นกัน
เล่าขานกันว่าแมวตัวนี้จำแลงกายเป็นเสือตัวมหึมา กลืนกินปีศาจผีสางทั้งปวงและพ่นไฟออกมาได้ ส่วนม้านั้นแปลงกลายเป็นมังกรเขียว บ้างก็ว่าเป็นมังกรแดง ไม่รู้ว่าเรื่องใดจริงเรื่องใดเท็จ
บัดนี้ได้เห็นความงดงามของแมวตัวนั้นแล้ว รู้สึกว่าไม่เหมือนสรรพสัตว์ทั่วไป สีหน้าท่าทางล้วนคล่องแคล่วว่องไว ดูแล้วช่างน่าอัศจรรย์ ส่วนม้าขนแดงนั้นกลับดูธรรมดา ทั้งยังมีร่างกายผอมบางแคระแกร็น หาได้มีท่วงท่าสง่างามอันใด แทบไม่ต่างอะไรจากม้าทั่วไปเลย ทำให้ผู้ดูแลหลัวอดผิดหวังไม่ได้
จนบัดนี้เจ้าม้าแดงคล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ทันใดนั้นก็แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย พลางเหลือบตามาจ้องผู้ดูแลหลัว
“…”
ผู้ดูแลหลัวจึงรีบหลุบตาลง ไม่กล้ามองต่อไปแล้ว
นักพรตพำนักอยู่ในสำนักกลางเขา ในแต่ละวันหาได้มีกิจธุระอันใด ได้แต่เดิน