มไปด้วยความชื่นชม
กลางห้องรับรองสำนักกระบี่จิงเหลย
นักพรตนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงโดยหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง เมฆหมอกข้างนอกไหลเวียนดั่งแพรไหม สีหน้าของเขาก็สงบนิ่งไม่ไหวติง
เตียงข้างๆ นั้นเหลือที่ว่างอีกมาก มีเด็กหญิงตัวน้อยในชุดสามสีนอนหงาย ชูแข้งชูขาขึ้นสู่ฟ้าแล้วดีดไปมา พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะชอบใจยามเล่าเรื่องที่ได้พบเจอมาให้นักพรตฟัง
“พวกเขาคิดว่าข้าคือศิษย์พี่ใหญ่ด้วยล่ะ!”
“พวกเขานี่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย…”
“คิกๆ…”
“พวกเขาเรียกข้าว่าพี่สาว…”
“เรียกข้าว่าพี่สาว…”
นักพรตยังคงมองออกไปเบื้องนอก รอยยิ้มเล็กๆ พลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า
กระทั่งแม่นางสามสีหัวเราะจนพอใจแล้ว เขาจึงหันกลับมาถามแม่นางสามสี “วันนี้พวกเราอยู่ที่นี่มาเป็นวันที่เท่าไหร่แล้วนะ”
“โอ้!”
เด็กหญิงพลิกตัวเล็กน้อย นางเปลี่ยนท่าทางจากชูแข้งชูขาขึ้นบนฟ้าเป็นนั่งขัดขา นางขดตัวเข้าหากัน พร้อมกับหันหน้าไปทางเขาแล้วเอ่ยถามขึ้น
“วันที่ห้าแล้ว~”
เด็กหญิงครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยต่อ “ผู้แซ่ซูมีหลายชื่อจัง”
จุดสนใจของนางย่อมต่างออกไป
ทว่านักพรตหาได้สนใจไม่ เพียงหันไปถามนางต่อ
“มีเยอะเสียที่ไหนกัน”
“มีเยอะจะตาย ผู้แซ่ซู, ซูอี้ฝาน, จอมยุทธ์ซู, เจ้าสำนัก ไหนจะเซียนบะหมี่[1]…”
เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวพลางชูนิ้วขึ้นนับ
“อืม…”
ซ่งโหยวพยักหน้าลงพร้อมกับครุ่นคิดไปด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้อธิบายสิ่งใดให้นางฟัง แต่กลับเห็นด้วยกับความคิดนั้น
“ก็จริงนะ”
“แม่นา