ั้งสำนักพร้อมรับศิษย์ ชื่อเสียงอันเลื่องลือนี้จะดึงดูดชาวยุทธ์มาได้มากเพียงใด คงไม่จำเป็นต้องกล่าวให้มากความนัก
ซ่งโหยวเพียงคาดเดาไว้ ทว่าตลอดทางมีคนมุ่งหน้าสู่เขาอู้ซานเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์มากมายเกินกว่าที่คิดไว้นัก
“คุณชายจะไปทำอะไรที่นั่นหรือ”
“ไปเยี่ยมสหายเก่าสักหน่อย”
“อ้อ ท่านมีสหายที่เขาอู้ซานหรือ”
“มีอยู่หนึ่งคน”
บรรดาชาวยุทธ์ต่างสบตากัน แววตาพลันเปล่งประกายขึ้นทันใด
“เป็นศิษย์ใหม่ในสำนักกระบี่จิงเหลยหรือว่าผู้ดูแลกันเล่า”
“ไม่ใช่ทั้งสอง”
“อ้อ…”
ชายชาวยุทธ์ผงกหัว แม้ใบหน้าจะฉายแววผิดหวัง แต่ก็ไม่ถึงกับเผยท่าทีดูแคลน
จังหวะก้าวเดินของทั้งสองฝ่ายต่างกันเล็กน้อย ไม่นานก็กลายเป็นเดินเคียงข้างกันไป จึงได้พูดคุยคลายความอึดอัดระหว่างย่างกรายไปตามเส้นทางแสนไกลอันเงียบงัน
“ไม่ทราบว่าคุณชายได้ท่องยุทธภพมาหรือไม่ ท่านได้ยินข่าวมาบ้างหรือยัง หลายปีมานี้มียอดฝีมือผู้หนึ่ง ผู้คนต่างขนานนามว่า ‘กระบี่ฟ้าคำรน’ อ้อ ตอนนี้ควรเรียกว่า ‘เซียนกระบี่’ ถึงจะถูก ปีที่แล้วเขาออกกวาดล้างมารปีศาจในกวงโจวจนสิ้นซากเพียงลำพังด้วยกระบี่เล่มเดียว เจ้าเมืองถึงกับมีคำสั่งพิเศษ ให้เขาตั้งสำนักบนภูเขาอู้ซาน อนุญาตให้รับศิษย์เข้ามา ข่าวแพร่ออกไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่รู้ว่ามีชาวยุทธ์พาลูกหลานมาฝากตัวเป็นศิษย์มากมายเพียงใดแล้ว”
ชาวยุทธ์อีกคนได้ฟังก็หลุดหัวเราะ “ก็เพราะว่าข่าวยังแพร่ไปไม่ถึงดินแดนตะวันตก หากเล็ดลอดไ