งบนเวทีเริ่มกล่าวถึงวีรกรรมของ ‘กระบี่ฟ้าคำรน ซูอี้ฝาน’ ผู้ได้รับสมญานาม ‘เซียนกระบี่’ ตั้งแต่ครั้นพำนักอยู่ที่เหอโจว
ผู้คนเบื้องล่างล้วนกำลังตั้งใจฟัง ขณะเดียวกันก็ส่งเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบา
“หากพวกท่านอยากฟังเรื่องนี้ คงต้องฟังจากปากคุณชายต่ง ทว่าก่อนหน้านี้ตอนที่คุณชายต่งไม่อยู่แล้วเปลี่ยนคนอื่นมาเล่า ข้าฟังยังแทบจะสัปหงก…”
“ดีที่คุณชายต่งกลับมาแล้ว”
“จริงสิ! ว่าแต่พวกท่านรู้หรือไม่ว่าครึ่งปีก่อนคุณชายต่งหายไปไหน…”
“โอย…”
ทันใดนั้นทุกคนก็พลันเผยสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมา
เดิมแม้จะพูดคุยกันบ้าง ก็เพียงพูดแทรกระหว่างที่ฟังเรื่องเล่า ทว่าเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนที่โต๊ะกลับโน้มตัวเข้ามา ก้มศีรษะกระซิบกระซาบกัน
“ได้ยินว่าคุณชายต่งไปเยือนตอนเหนือของเย่ว์โจว เพื่อเสาะหานกศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน”
“จริงหรือ มิใช่ว่าเย่ว์โจวถูกพวกชาวแดนเหนือบุกจนร้างผู้คนไปตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนแล้วหรือ ว่ากันว่าที่นั่นมีมารปีศาจชุกชุมเชียวนะ! มีจอมมารวัวขาวยึดครองกวาดต้อนมนุษย์อยู่มิใช่หรือ แท้จริงแล้วเป็นเรื่องเท็จหรอกหรือ”
“โธ่ บางคนต้องทำมาหากินด้วยวิธีนี้นี่นา ข่าวคราวย่อมกว้างขวาง! ได้ยินมาว่าปีศาจที่เย่ว์โจวถูกสวรรค์จัดการไปนานแล้ว จอมมารวัวขาวก็ถูกองค์เทพปราบไปแล้วเช่นกัน ท่านคิดหรือว่าสวรรค์จะปล่อยให้ปีศาจก่อกรรมอยู่นานปานนี้ หากมิใช่เช่นนั้น คุณชายต่งจะกล้าไปหรือ”
“เขาไปจริงๆ รึ”
“ทีแรกข้าก็ไม่เชื่อ แต่ค