ย่างกรายพ้นเขตอำเภอมั่วจู๋ บนหนทางยังคงมีร่องรอยแห่งเหมันต์
ทว่าหิมะตามทางนั้นไม่หนาทึบและขาวโพลนเช่นยามฤดูหนาวอีกแล้ว เผยให้เห็นสีของพื้นดิน และหญ้าแห้งจากปีที่แล้ว มีเพียงหิมะกองอยู่ตามซอกหลืบอับแสงตามริมถนนหลวง
ครึ่งวันนี้นักพรตเดินทางได้เป็นระยะทางราวสิบลี้
ตามหาที่นั่งพักผ่อนยามเหนื่อยล้า
เขาทำความสะอาดแม่ไก่แก่ที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมมอบให้เรียบร้อยแล้ว นำเห็ดเจินหมัวแห้งไปแช่น้ำจนพองตัว ใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนบ่าย กระทั่งบัดนี้ทั้งหมดล้วนอยู่ในหม้อแล้ว เนื้อไก่ตุ๋นเดือดพล่าน ฟองอากาศสีใสพลันผุดขึ้นมาเป็นระยะ
แม่นางสามสีแปลงกายเป็นเด็กหญิง นางนั่งยองถือกิ่งไม้เล็กๆ คอยคุมเปลวไฟอย่างตั้งใจ บางครั้งก็ชะโงกหน้าเข้าสูดกลิ่นหอมกรุ่นจากในหม้อ ครุ่นคิดว่าพอจะเปลี่ยนวัตถุดิบหลักได้หรือไม่
ฝ่ายนักพรตก็นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างกายพร้อมตำรา ‘อวี่ตี้จี้เซิ่ง’ ในมือ ไตร่ตรองถึงเส้นทางที่จะไปต่อ
แคว้นจ้าวโจวนั้นกว้างใหญ่ ครั้นปรากฏบนแผนที่กลับยิ่งใหญ่
หากเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของผู้เขียนแผนที่ ก็คงไม่เป็นไร แต่ในบทแคว้นจ้าวโจวนั้นกล่าวไว้ชัดเจนว่า แม้จะมีจำนวนเมืองหลวงเมืองรองพอๆ กับแคว้นอื่น ทว่าด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ เมืองรองของเมืองจ้าวโจวกลับกว้างใหญ่เทียบเท่าเมืองใหญ่ๆ ของทางใต้ กว้างใหญ่สมกับที่เล่าลือกันมา
ตลอดหลายวันที่ซ่งโหยวพำนักอยู่ในตัวอำเภอ ก็มีแวะไปฟังนิทานตามโรงน้ำชา มักได้ฟังเรื่