องราวของแคว้นจ้าวโจว ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ วีถีชีวิตผู้คน เหล่าปีศาจผีสางในยุทธภพ หรือกระทั่งลัทธิวิปริตเสื่อมทรามที่แพร่หลาย ล้วนได้ยินมาจนพอจับเค้าโครงได้
เมื่อมีภาพในใจแล้ว ซ่งโหยวจึงหยิบกิ่งไม้เล็กๆ จากกองฟืนที่แม่นางสามสีเก็บมา หักทิ้งแล้วนำไปอังกองไฟ จากนั้นดึงออกมาเป่าให้ดับ นำไปขัดกับพื้นจนได้เป็นดินสอถ่านปลายแหลม
แม่นางสามสีหันขวับมาจ้องเขม็ง
สีหน้าละม้ายคล้ายยามอยู่ในร่างแมวทุกประการ
นางมักจับจ้องทุกครั้งที่คนข้างกายมีท่าทีแปลกไปหรือมีพฤติกรรมไม่คุ้นตา ไม่ว่าจะด้วยเพราะความสงสัยหรือกำลังครุ่นคิดก็ตาม แม่นางสามสีช่างเฉลียวฉลาดนัก ซ้ำยังใฝ่รู้ หากเห็นว่าสมควรแก่การเอาอย่าง ก็มักเก็บงำไว้ในใจ
นักพรตขีดเส้นโค้งยาวลงบนแผนที่
คือเส้นทางที่เขาจะไปต่อ
ปุด ปุด…
ไอร้อนจากหม้อลอยขึ้นพร้อมกลิ่นหอมอบอวล เนือไก่ชิ้นโตและดอกเห็ดเรียงรายอยู่ในน้ำแกงเหนียวหนืด
“เสร็จแล้ว…”
นักพรตวางตำราในมือลง
ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยและทัพพีมา
“เสร็จแล้ว!”
แม่นางสามสีก็รีบโยนท่อนไม้ที่ตนตั้งใจคัดสรรมาอย่างดีทิ้งไป ท่าทีละม้ายคล้ายกับตอนที่นักพรตโยนหนังสือไป จากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบถ้วยเล็กของตนบ้าง
ทั้งยังไม่ลืมแหงนหน้าบอกนกนางแอ่นบนกิ่งไม้ว่า “นี่นกนางแอ่น เจ้าจะกินหรือไม่ ข้าจะเหลือปีกไก่ไว้ให้เจ้าหนึ่งชิ้นนะ!”
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ…
นกนางแอ่นกลับกางปีกบินไปเกาะต้นไม้อีกต้นเสียอย่างนั้น
“…”
แม่นางสามสีพล