อำเภอมั่วจู๋
นักพรตหนุ่มเดินทอดน่องไปตามถนน เบื้องหลังมีเด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดสามสีและเด็กหนุ่มรูปงามในชุดดำขาวเดินตามมาด้วย ทั้งสองต่างหิ้วปลาเต็มมือ ดึงดูดสายตาผู้คนบนถนนไม่น้อย
ทว่าท่าทีของทั้งคู่กลับแตกต่างกันยิ่งนัก
เด็กหญิงเดินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิ ทั้งสองมือกำปลายเชือกแน่น แหงนหน้าขึ้นสูงด้วยความเด็ดเดี่ยว ดูแล้วคล้ายแม่ทัพตัวน้อยที่เพิ่งนำชัยชนะกลับมา
ส่วนเด็กหนุ่มนั้นกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเจอสายตาผู้คนรอบข้าง ก็เอาแต่ก้มหน้า หดคอลง หลบสายตา คอยเบียดตัวชิดกำแพงไปโดยไม่รู้ตัว
เด็กหญิงหันมามองเขาเป็นระยะ นัยน์ตาของนางฉายแววตำหนิ ว่าเขาเดินชิดกำแพงมากไป ไม่เปิดโอกาสให้ชาวเมืองได้เห็นผลงานอันยิ่งใหญ่ของตน
ทั้งสามนำปลาไปวางแผงขายในตลาด เหลือกลับมาที่โรงเตี๊ยมเพียงสองตัว
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังคงนั่งอยู่ที่หน้าประตู สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล ครั้นเห็นซ่งโหยวกลับมา ก็แหงนหน้าขึ้นทักทาย
“โอ้! คุณชายกลับมาแล้วหรือ”
“ใช่แล้ว” ซ่งโหยวตอบทั้งรอยยิ้มพลางยื่นปลาให้เขาหนึ่งตัว “น้ำแข็งเหนือแม่น้ำยังไม่ละลาย ข้าจึงไปตกปลามา ขอมอบให้เถ้าแก่หนึ่งตัว”
“ทำเช่นนั้นได้อย่างไรเล่าท่าน”
“ข้ายังต้องขอยืมครัวกับเตาไฟจากท่านอยู่ดี”
“ท่านอยากใช้ก็เพียงบอก ไม่จำเป็นต้องมอบของพวกนี้ให้ข้าหรอก” เถ้าแก่รีบเอามือไพล่หลัง ไม่ยอมรับปลา
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น ตั้งแต่วันแรกที่เข้าพัก ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกัน