ันเผยสีหน้างุนงง เอาแต่มองตามอยู่อย่างนั้น แต่เมื่อเห็นเนื้อชิ้นโตตรงหน้า นางก็มิได้ใส่ใจนัก เพียงสะบัดหัวเล็กน้อย แล้วถือถ้วยเล็กในมือเข้าไปใกล้หม้อพร้อมกับจ้องนักพรตตาเขม็ง
ไก่หนึ่งถ้วยต่อคน ไอน้ำร้อนระอุลอยฟุ้ง
นักพรตคีบเนื้อไก่ขึ้นมาเป่า ก่อนจะเริ่มลิ้มลองรสชาติของมัน
คงไม่ต้องเอ่ยถึงรสชาติสดใหม่ของแม่ไก่แก่ เห็ดเจินหมัวนี้ก็นับเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านชั้นเลิศ ซ่งโหยวทำตามวิธีการของชาวบ้าน เพียงเติมใบกระวาน อบเชย และโป๊ยกั๊กเล็กน้อย เคี่ยวจนน้ำแกงสีเหลืองทองข้นหนืด เนื้อไก่เคล้าน้ำแกงเข้มข้น รสชาติเลิศล้ำเสียจนต่อให้เทพเซียนมาขอแลก ก็ไม่ยินยอม
โดยเฉพาะในยามฤดูหิมะละลายกลางทุ่งเช่นนี้ ทั้งรสและความร้อน ต่างทำให้ผู้คนอิ่มเอม
ซ่งโหยวนึกอยากได้ข้าวสวยสักถ้วยหรือทังปิ่งร้อนๆ สักหม้อ ต่อให้มีเพียงแป้งนึ่งสักสองสามก้อนก็ยังดี พอจะจินตนาการถึงความอร่อยยามที่ได้กินแป้งชุ่มน้ำแกงคู่กับเนื้อไก่และเห็ดเจินหมัว
กินเนื้อไปชิ้นหนึ่งแล้วก็เหลือบมองเด็กหญิงข้างกาย
“แม่นางสามสีว่ารสชาติเป็นอย่างไรบ้าง”
“แม่นางสามสีว่าก็อร่อยดีนะ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
“แต่แม่นางสามสีรู้สึกแปลกๆ”
“ทำไมหรือ”
“แม่นางสามสีเริ่มชอบอาหารมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ” เด็กหญิงตัวน้อยกอดถ้วยไว้กับอก ส่วนมืออีกข้างก็ค้างท่าคีบตะเกียบ นางขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับจับจ้องมาที่นักพรตด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนที่ได้กินอาหารมนุษย์เป็นครั้งแรกก็