่ที่หน้าประตูต่อไป
เจ้าม้าแดงคล้ายจะรู้ภาษา สามารถเริ่มเดินไปเองโดยไม่ต้องใช้บังเหียนหรือรอคำสั่งจากนักพรต เจ้าแมวสามสียังคงเดินเหยาะๆ ข้างกายนักพรต พลางหันกลับมามองเป็นครั้งคราว ดวงตาคู่นั้นดูไม่ต่างจากของเด็กหญิงตัวน้อยผู้นั้นเลย
พรึ่บ…
ฝูงนกนางแอ่นโบยบินกลางฟากฟ้า
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังคงยืนนิ่ง เอาแต่จ้องแผ่นกระดาษในมือ
บัดนี้ก็ล่วงเข้าสู่เดือนสองแล้ว กิจการโรงน้ำชาข้างๆ ย่อมซบเซาลงกว่าช่วงปีใหม่มากนัก ถึงกระนั้น คนเราก็ยังต้องกิน แม้ไม่ใช่เนื้อปลาเนื้อสัตว์หรูหรา ก็ยังต้องพึ่งโจ๊กอุ่นๆ ทุกวัน นักเล่าเรื่องยังคงมาเยือนโรงน้ำชาแห่งนี้ คอยเล่าขานเรื่องราวภูตผี เทพเซียน สร้างความเพลิดเพลินให้ผู้คน เสียงนั้นแว่วเข้าหูของเถ้าแก่ไม่ขาดสาย
เพียงแต่เมื่อฟังไปฟังมา เถ้าแก่กลับบังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
ตลอดเกือบสองเดือนมานี้ นักพรตที่พำนักอยู่โรงเตี๊ยมของตนแทบทุกวันล้วนพาแมวไปนั่งฟังเรื่องเล่าที่โรงน้ำชาใกล้เคียง ทว่าบรรดาคนที่นั่งฟังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะข้างๆ ก็ดี หรือแม้แต่นักเล่าเรื่องบนเวทีก็ดี เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า แท้จริงแล้วนักพรตผู้มากวิชาและภูตตัวน้อยทั้งสองตนก็นั่งอยู่เคียงข้างพวกเขาอย่างสงบเสงี่ยมเช่นนี้
หากตนเล่าเรื่องนี้ให้คุณชายนักเล่าเรื่องฟัง หรือหาผู้ใดมาบันทึกไว้ เกรงว่าคงสู้ตำนานพิสดารในเรื่องเล่าทั้งหลายได้เลยทีเดียว
เมื่อกลับเข้าห้องมาแล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านสู