ี้ดูจะตั้งใจจริง ครั้นเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินเข้าหลังโรงเตี๊ยมทันที
ผ่านไปครู่หนึ่งจึงมีเสียงไก่แว่วมาลางๆ ไม่นาน เขาก็กลับออกมาพร้อมไก่ตัวหนึ่ง มัดเชือกส่งให้ซ่งโหยว
“ขอบคุณเถ้าแก่”
“คุณชาย…”
“ทำไมหรือ ท่านมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่”
“ค…คือว่า…”
เถ้าแก่พูดไม่ออก สายตาพลันเลื่อนลอยไปไกล
“เหตุใดจึงอ้ำอึ้งนักเล่า” ซ่งโหยวยกยิ้ม ก่อนจะสอดเข้าอกเสื้อ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาส่งให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยม “ท่านต้องการสิ่งนี้ใช่หรือไม่”
“นี่มัน…”
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมรับไว้ด้วยสีหน้าตะลึงงัน
เป็นกระดาษธรรมดาๆ ครั้นคลี่ออกมาก็เห็นตัวอักษรเขียนเต็มหน้ากระดาษ
มันคือสูตรเนื้อตุ๋นนั่นเอง
ไร้ซึ่งถ้อยคำพรรณนายาวเหยียด เหมาะสำหรับคนที่รู้หนังสือไม่มาก ทุกอย่างถูกบรรยายไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งส่วนผสม ปริมาณ วิธีการ เกร็ดสำคัญ การเก็บรักษาและการใช้นำตุ๋นซ้ำ รวมถึงชนิดของเนื้อที่เหมาะสมที่สุด ทั้งหมดล้วนถูกอธิบายไว้อย่างชัดเจน
“ในสูตรนี้มีเครื่องเทศหลายชนิด โชคดีที่ไม่มีของหายากอย่าง ‘อำพันทะเล’ หรือ ‘การบูร’ แม้ค่าวัตถุดิบจะไม่ถูกสักเท่าไร แต่หากขายให้ผู้ดีตระกูลมั่งคั่ง ก็คงทำกำไรได้ไม่น้อย”
“คุณชาย…”
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังคงมองหน้านักพรตด้วยท่าทีอ้ำอึ้ง
“ขอบคุณท่านมาก!”
“ข้าขอลาไปก่อน”
ซ่งโหยววางถุงใส่ผ้าไว้บนหลังม้า มัดไก่ให้เรียบร้อย โค้งคำนับแล้วเดินจากไป
เถ้าแก่ยังคงถือแผ่นกระดาษ เหม่อมองตามร่างเงาทั้งสามอยู