อนใจยิ่งนัก กลัวอีกฝ่ายจะด่วนจากไป ภายในหัวมีความคิดมากมายผุดขึ้นมา สุดท้ายกลับได้แต่ตอบคำถามที่ซ่งโหยวยิงมาเท่านั้น
“ข้าจำได้ว่าตอนเทศกาลโคมไฟ[1] ท่านเคยตุ๋นไก่มาให้พวกข้า ข้างในนั้น…”
“ใช่แล้ว วันนั้นข้านำเห็ดนี่ไปแช่น้ำ ส่วนทั้งหมดนี่เป็นแบบแห้ง” เถ้าแก่ตอบคำถามแล้วก็รู้สึกตัวขึ้นมา “คุณชายอย่าได้มองว่ามันดูไม่มีอะไร แท้จริงแล้วมีรสชาติดีนัก หากท่านชอบ ข้าจะหาถุงมาใส่ให้ท่านพกติดตัวไป หากระหว่างทาง เห็ดดันชื้นขึ้นมา วันแดดจัดก็แค่นำมันไปตากเท่านั้น”
“จะดีหรือ”
“พวกข้าก็รับปลาของท่านไว้แล้วมิใช่หรือ”
“ข้าชื่นชอบไก่ตุ๋นเห็ดของท่านมาก แมวของข้าก็เช่นกัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอรับไว้แล้วกัน…” ซ่งโหยวประสานมือขึ้นทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะหยุดไปชั่วขณะ “เพียงแต่มีเห็ดเจินหมัวอย่างเดียวคงไม่พอ ดูเหมือนว่าเถ้าแก่จะเลี้ยงไก่ไว้หลังโรงเตี๊ยมด้วย ข้าขอซื้อสักตัวได้หรือไม่”
“…”
แววตาของเถ้าแก่วูบไหว รู้สึกลำบากใจนัก
ชีวิตที่แดนเหนือหาได้สบายไม่ ไก่ที่เลี้ยงอยู่หลังโรงเตี๊ยมล้วนเป็นแม่ไก่แก่ จะเชือดก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ทว่าเมื่อนึกถึงรสชาติของเนื้อตุ๋นที่เคยได้ลิ้มลอง…
“!”
เถ้าแก่กัดฟันแน่น “ไฉนเลยจะต้องถกกันด้วยเงินทอง ประเดี๋ยวข้าจะไปจับมาให้ท่านเอง เพียงแต่ท่านพกไปเช่นนี้คงไม่สะดวกนัก ต้องเชือดแล้วรีบนำมาทำอาหารถึงจะดี!”
“เช่นนั้นก็ดี”
ซ่งโหยวรออยู่ที่เดิม
แม้เถ้าแก่จะมีนิสัยตระหนี่ แต่ครั้งน