ชื่ออำเภอมั่วจู๋นั้นมีสีดั่งหยกดำเพราะมีแม่น้ำมั่วสุ่ยหล่อเลี้ยง
ทุกครั้งที่เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ผิวแม่น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง
ผู้คนสามารถเดินข้ามไปมาได้ตลอดทั้งฤดูกาล
ทว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิได้สักหนึ่งเดือน ผิวน้ำแข็งก็จะบางลงโดยไม่มีสัญญาณใดๆ นับว่าอันตรายยิ่งนัก
ไม่นานทั้งสามก็มาเหยียบผิวแม่น้ำแล้ว
ช่วงนี้อากาศเย็นสบายไม่หนาวเหน็บแล้ว ผู้คนจึงบางตาลง เด็กหญิงเหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะหยิบกริชออกมาจากย่าม นางจรดคมกริชลงตรงพื้นน้ำแข็ง วาดวงกลมขึ้นมาหนึ่งวงกลางอากาศ ไร้ซึ่งสุรเสียง ไร้ซึ่งความผิดปกติใด ทว่าเมื่อมองดูอีกที กลับมีวงกลมเรียบเนียนปรากฏขึ้นบนผืนน้ำแข็ง
เด็กหญิงใช้เวลาครุ่นคิดอีกครู่เดียว พลันเกิดช่องโหว่ขึ้นกลางผิวน้ำ
นางเก็บกริชไป ไม่ทำสิ่งใดต่อ เพียงนั่งยองๆ จ้องรูนั้น
ครั้งก่อนนางเคยมากับนักพรตแล้ว
ฤดูหนาวที่นี่หนาวเกินทน น้ำแข็งปกคลุมทั้งลำน้ำ ปลาในแม่น้ำถูกกักขังไว้ใต้นั้น ดูน่าอึดอัดจนทนไม่ไหว หากเจาะช่องไว้ ไม่นานก็จะมีปลาว่ายเข้ามาเอง ถือว่าแม่นางสามมีฝีมือไม่น้อยเลย คราวก่อนพวกเขาก็จับปลาได้หลายตัวเพราะใช้วิธีนี้ ไม่เพียงแต่ได้ปลากลับไปทำอาหารกินจนอิ่มหนำ ยังเหลือพอเอาไปขายที่ถนน และแบ่งให้เถ้าแก่โรงเตี๊ยมอีกตัวด้วย
แม่นางสามชื่นชอบความรู้สึกตอนจับเหยื่อได้จริง แต่จะยิ่งชอบตอนที่จับได้แล้วนำไปป้อนนักพรต และถ้ายังนำไปขายต่อได้อีก ก็คงไม่มีสิ่งใดน่าพึงใจไปกว่านี้แล้ว